fbpx
วันอาทิตย์, ธันวาคม 4, 2022
หน้าแรกSocial MediaFacebookช่องทางขายออนไลน์ เลือกขายที่ใหนก่อนดี?

ช่องทางขายออนไลน์ เลือกขายที่ใหนก่อนดี?

ช่องทางขายออนไลน์ เริ่มจะเป็นเรื่องที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ เพราะช่องทางในการหารายได้เสริมของคนทำงานประจำ หนึ่งในตัวเลอกที่มักจะเข้าในหัวคือเลือก ช่องทางขายออนไลน์ กัน ซึ่งสิ่งที่ยากไม่ใช่อยู่ที่ว่าจะขายอะไร หรือยังไงหรอก แต่ที่คนกำลังตัดสินใจว่าจะ ขายออนไลน์ กลับกังวลว่า จะเริ่มขายอย่างไรต่างหาก และถ้าเริ่ม เราจะเลือก ช่องทางการขายออนไลน์ ใหนก่อนหลังในการทำตลาด

ช่องทางหลัก ๆ ที่คนนิยมทางสาระรีฟจะสรุปให้ใน ช่องทางนี้ พร้อมทั้งข้อดี และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวในแต่ละอย่าง เมื่อจะนำไปขายในช่องทางเหล่านั้นกัน ซึ่งสาระรีฟ มองว่าน่าจะช่วยให้การตัดสินใจของทุกท่านง่ายขึ้น

e-Marketplace

ช่องทางขาย marketplace-แหล่งรวมสินค้า-ดันยอดขายผ่าน-E-commerce-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

e-marketplace (มาร์เก็ตเพลส) คือ ตลาดรวมที่มีร้านค้าต่าง ๆ มารวมตัวกัน ขายสินค้าภายใต้ Platform ที่นำเสนอช่องทางอำนวยความสะดวก ในการซื้อ-ขาย ให้แก่พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ให้สามารถนำเสนอสินค้าแก่ ผู้ที่ต้องการสินค้าได้สะดวกง่ายขึ้น โดยตัวอย่างของการขายแบบนี้ ที่สาระรีฟ จะยกตัวอย่าง และเหมาะกับตลาดแบบไทย ๆ ก็คือ Shopee, Lazada ที่เป็น Platform ยอดนิยมที่คนนำสินค้าไปนำเสนอขายในช่องทางดังกล่าว

เริ่มต้นอย่างไร?

การเริ่มต้นขายในช่องทางนี้ จริงๆ แล้วไม่ยาก เริ่มต้นเรา เลือกก่อนเลยว่าอยากจะขายใน Platform ใหนเป็นหลัก โดย Platform ที่เราเลือกจะมีช่องทางในการเปิดร้านอยู่ ซึ่งส่วนมากจะเรียกช่องทางลงสินค้าว่า Seller (ผู้ขาย) เช่น Shopee, Lazada เองก็จะมีช่องทางแยกเฉพาะเลย เราก็แค่ไปหาว่าในแต่ละ Platform ใช้ URL ใหนในการเข้าถึงช่องทางการเปิดร้านเหล่านั้น

ข้อดีของช่องทางนี้

ในส่วนการขายผ่านช่องทาง e-marketplace นี้ จะดีตรงที่ว่าเราไม่ต้องลงแรงทำ conntent บ่อยเหมือนช่องทางอื่น อีกทั้งแต่ละช่องทางที่เราเลือกลงไปขายนั้น เขาทำหน้าที่ดึงลูกค้าเข้ามาใน platform เขาเอง เรามีหน้าที่ทำสินค้า ใส่ชื่อสินค้า รายละเอียด ราคา ให้น่าดึงดูดก็พอ ซึ่งการขายในส่วนนี้พยายามให้เกิดการรีวิวของลูกค้าในแง่บวก ให้เยอะ ๆ จะช่วยให้ลูกค้าหน้าใหม่ กล้าที่จะเลือกซื้อของในร้าน กรณีมีร้านอื่น ๆ ขายสินค้าลักษณะเดียวกัน

จุดที่ต้องให้ความสำคัญ

ในความง่ายของการเริ่มช่องทาง e-marketplace นี้ ก็ยังมีการแข่งขันสูงอยู่เช่นกัน เนื่องจากพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ สามารถมาเปิดร้านได้ไม่ต่างกับที่เราเปิดเลย ซึ่งความสำคัญของช่องทางนี้ เราต้องให้ความสำคัญในส่วนของเนื้อหามากเป็นพิเศษ ทั้งรูปภาพ สินค้า ราคา ที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ค้นหาสินค้า แล้วเจอสินค้าประเภทเดียวกัน ให้เขารู้สึกอยากเลือกเข้ามาดูรายละเอียดในสินค้าของร้าน โดยรีวิวของร้านจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ลูกค้าจะตัดสินใจเป็นอันดับต่อมา ว่าจะเลือกร้านใหนเป็นตัวเลือกสุดท้าย

Social Media

ช่องทางนี้ เป็นที่นิยมไม่แพ้ e-marketplace เลยเพราะแทบจะไม่ต้องโหลด Application อะไรใหม่มาติดตั้งเลย เราสามารถใช้ Social Media ที่มีอยู่ในมือ มาเปิดร้านได้เลย โดยลักษณะของการขายใน Social Media จะนิยมโพสสินค้า เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าเข้ามาคุยกับทางร้าน ผ่าน โพส คอมเมนท์ หรือ แชท เพื่อเสนอรายละเอียดสินค้าให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ต้องการง่ายขึ้น

การขายผ่านข่องทางนี้ จะมีให้เลือกหลากหลาย สาระรีฟ จะให้ตัวอย่างที่เป็นที่นิยมในไทยละกันนะครับ โดยส่วนมากคนจะใช้ Facebook, Line, Instagram หรือ Youtube ซึ่งแต่ละช่องทางจะมีรูปแบบการทำตลาดต่างกัน ในส่วนนี้สาระรีฟ จะมาเขียนบทความอีกตัวครับ ว่าการขายผ่านแต่ละช่องทางเขาขายกันยังไง ซึ่งถ้าอยู่ในบทความนี้ กลัวจะยาวไปครับ แหะๆ

เริ่มต้นอย่างไร?

การขายผ่าน Social Media จะไม่ต่างกับเราเล่นในกรณีไม่ขายสินค้ามากนัก โดยรูปแบบของการขายจะคล้ายกัน แต่จะมีแตกต่างกันนิดหน่อย ในส่วนของการเลือกประเภทบริการที่ Social Media เตรียมให้สำหรับการขาย โดยสาระรีฟ จะสรุปคร่าว ๆ แยกตามช่องทางครับ

  • Facebook ในส่วนนี้จะมีการขายผ่านหลายรูปแบบ ทั้งโพสบนส่วนตัว (Profile) โพสบนเพจ (Page) โพสหรือแชร์เข้ากลุ่ม (Group) หรือ Live ขายสินค้า ซึ่งแต่ละแบบก็จะโพสเหมือนเราใช้งานทั่วไป แต่ต่างกันที่ เนื้อในการนำเสนอเพื่อดึงให้คนมาซื้อแทนการอ่านเฉยๆ
  • Instagram ในส่วนนี้จะขายโดยการโพสรูป วิดีโอ สวย ๆ เพื่อให้คนติดตาม และสอบถามผ่านแชท ซึ่งส่วนนี้สามารถทำการขายแบบ Business ก็ทำได้ โดยที่เราสมัครบัญชีใหม่ แล้วไปลงทะเบียนว่าบัญชีนี้ จะเป็นประเภทธุรกิจ ซึ่งมันจะทำอะไรได้มากขึ้นกว่าเดิม
  • Line ในส่วนนี้จะมีการขายผ่าน ไลน์ส่วนตัว ไลน์ธุรกิจ (Official Account) และ ไลน์ช๊อป ที่เราสามารถนำสินค้ามาโพสขาย
  • Youtube อันนี้จะขายผ่านการนำเสนอแบบวิดีโอเป็นหลัก ซึ่งการขายในส่วนนี้เราจะต้องเตรียมเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอมาขาย แต่หากจะขาย ก็ต้องไม่เน้นขายมากเกินไป เน้นการให้ความรู้ในสิ่งที่คนดูอยากจะดีกว่า แล้วค่อยสอดแทรกสินค้าไปหน่อย ๆ

ข้อดีของช่องทางนี้

การขายผ่าน Social Media นี้จะลงขายค่อนข้างง่าย ไม่ต้องเรียนรู้เยอะเท่าใหร่นัก ว่าจะโพสต้องทำอย่างไร เพราะรูปแบบการขาย แทบจะเหมือนกับเราเล่นปกติเลย จึงทำให้คนส่วนมากชอบที่จะขายใน Social Media อีกทั้งช่องทางนี้ยังเป็นที่นิยมของผู้ซื้อ ที่มักจะใช้เวลาเกิน 50% ของการเล่นมือถือ อยู่ใน Platform Social Media เมื่อเทียบกับช่องทางอื่น ๆ

จุดที่ต้องให้ความสำคัญ

การขายผ่านช่องทางนี้ เราจะต้องเรียนรู้เทคนิคการขาย อัพเดทสม่ำเสมอ เพราะเงื่อนไขของการแสดงเนื้อหาบน Social Media ถูกปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ตั้งแต่ลดการมองเห็น เป็นต้น แปลว่าเทคนิคการขายผ่านแต่ละบริการของช่องทางต่าง ๆ นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้และปรับรูปแบบการขายให้ทัน เพื่อหาโอกาสในการเข้าถึงที่มากขึ้นกว่าเดิม

Website

ช่องทางขายออนไลน์ E-commerce-Website-บ้านส่วนตัว-ที่ไม่ต้องยืมใครอาศัย-สาระรีฟ-การตลาดบ้าน

ช่องทางสุดท้ายที่สาระรีฟแนะนำคือ ขายผ่านเว็บไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางที่คนบางกลุ่มทำกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เพราะมันค่อนข้างเริ่มยากหน่อย ส่วนยากอย่างไร สาระรีฟมีอธิบายข้างล่างให้เพิ่มเติมให้ครับ

แต่การทำ เว็บไซต์ นี้สิ่งแรกเลย เรากำลังสร้างแบรนด์ของเราเรื่อย ๆ มีทุกช่องทางใว้ บางทีคนหาผ่าน Google อาจจะเจอเว็บไซต์เราก่อนก็ได้ กลายเป็นเราไม่ต้องใช้งบการตลาดมากนักในการหาลูกค้ามาใช้บริการ แต่นั่นแหละ ช่องทางนี้ต้องใช้เวลาเท่านั้นครับ ทำเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง ก็จะมีแขกมาเยี่ยมบ้านสม่ำเสมอแน่นอน

เริ่มต้นอย่างไร?

อย่างแรกครับสิ่งที่สาระรีฟ แนะนำคือ เราอยากให้เว็บไซตทำอะไรได้บ้างละ ลิสออกมาครับ ไม่ต้องใหญ่ถึงขนาดบอกอยากทำได้เหมือน Shopee, Lazada เพราะมันแพงมาก ถ้าจะทำแบบนั้น เบื้องต้นต้องรู้ใจตัวเองก่อนครับ ว่าเราจะให้บนเว็บไซต์เรา ขายอะไรบ้าง อยากมีการเขียนบทความ ข่าวประชาสัมพันธ์ ด้วยไหม

บริการที่เราเลือกใว้แล้วว่าจะมีอะไรบ้าง ก็ค่อยมานั่งดูครับ ว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ต้องโจทย์กับสิ่งที่เราอยากได้ เว็บไซต์สำเร็จรูปพอไปได้ไหม หรือต้องทำใหม่ตั้งแต่ต้น มันก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

ข้อดีของช่องทางนี้

หากเปรียบเสมือนการขายผ่านช่องทางนี้ ก็เสมือนการสร้างบ้านของตัวเอง ไม่ได้ไปเช่าบ้านใคร เราจะใช้บ้านเราอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องกังวลเหมือนกับการไปยืมบ้านของคนอื่นมาใช้ เพราะไม่รู้เลยว่า เขาจะเปลี่ยนนโยบายอะไรใหม่ ๆ ในอนาคตบ้าง ดั่งที่คนขายบน Facebook ก็โดนการลดการมองเห็น ทำให้การโพสปกติจะขายยากขึ้น

แต่การสร้างบ้านของตัวเองนั้น ก็จะมีความยุ่งยากขึ้นเพราะ เราต้องลงทุนสร้างบ้านหลังนี้ กว่าจะเติบโตมันใช้เวลา และเวลามากกว่าการเข้าในช่องทางอื่น ๆ ที่กล่าวข้างต้นครับ แต่ข้อดีของมันคือ เราสามารถเอาบริการแปลก ๆ มาเพิ่มเติมเองได้ตลอดเวลา ทำให้ประยุกษ์ ต่อยอดการขายได้มากขึ้นกว่าเดิม

จุดที่ต้องให้ความสำคัญ

การเริ่มช่องทางขายเว็บไซต์ สาระรีฟมองว่าสิ่งแรก จะต้องมองการทำเว็บง่าย ๆ ก่อน ไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะ เป็นแสนเป็นล้าน การทำหลัก 5,000-10,000 ก็ทำได้อยู่เหมือนของ สาระรีฟไง เริ่มต้นเวปด้วยเงิน 3,000 เอง แล้วเพิ่มเติมไปเรื่อย เมือเรารู้สึกว่าต้องมีอะไรปรับ เพิ่มเติม ลดลงบ้าง จะช่วยให้เราได้เรียนรู้ และสร้างบริการที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับเนื้อหาที่อยากให้ทุกคนอ่านต่อยอด

สุดท้ายแล้ว หากใครอยากถาม หรือพูดคุย Add Line (คลิ๊ก) หรือ ทัก Chat Facebook (คลิ๊ก) แล้วแต่สะดวกได้เลย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ หวังว่าเนื้อหานี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

สำหรับใครที่สงสัยว่า สาระรีฟ คืออะไรสามารถอ่านได้ ที่นี่เลยครับ สาระรีฟ.com ส่วนนี้จะอธิบายว่าบทความต่าง ๆ ที่จะมาแชร์กันมีเรื่องอะไรกันบ้าง หวังว่าจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

Sharif Densumite
Sharif Densumitehttp://www.sararif.com
Chief Executive Officer - Has Order Co, Ltd.
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments