ทักมาคุย
สาหร่ายหน้าหนาว: โมเดลรายได้เสริมชาวประมง 1 ล้านดอลลาร์
เกษตร

สาหร่ายหน้าหนาว: โมเดลรายได้เสริมชาวประมง 1 ล้านดอลลาร์

โดย Sharif Densumite 15 ตุลาคม 2026

มีบริษัทหนึ่งในรัฐเมน อเมริกา จ่ายเงินให้ครอบครัวชาวประมงไปกว่า 1 ล้านดอลลาร์จากฤดูเก็บเกี่ยวปี 2024 ฤดูเดียว เก็บสาหร่ายได้ 1.3 ล้านปอนด์ ทั้งที่ปี 2018 ทั้งรัฐเมนเก็บสาหร่ายเลี้ยงได้รวมกันแค่ราว 53,500 ปอนด์ ผมไปอ่านเจอเรื่องนี้แล้วชอบมาก เพราะมันไม่ใช่เรื่องสาหร่ายเลย มันคือเรื่องการเอาเวลาว่างของอาชีพเดิมมาสร้างรายได้

จาก 53,500 ปอนด์ทั้งรัฐ ถึง 1.3 ล้านปอนด์ในฤดูเดียว

ผมอ่านเจอตัวเลขนี้แล้วต้องอ่านซ้ำสองรอบ เพราะมันกระโดดเยอะมากสำหรับอุตสาหกรรมที่เพิ่งเริ่ม ปี 2018 ทั้งรัฐเมนเก็บสาหร่ายทะเลที่เลี้ยงได้รวมกันแค่ราว 53,500 ปอนด์เท่านั้น เรียกว่ายังเล็กมาก

แต่พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวปี 2024 ตัวเลขกลายเป็น 1.3 ล้านปอนด์ และเงินที่จ่ายให้เกษตรกรรวมกันมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ นี่ไม่ใช่การเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นการเปลี่ยนสิ่งที่แทบไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นรายได้จริงของคนจำนวนหนึ่ง ในเวลาไม่นาน

สิ่งที่ผมสนใจไม่ใช่ตัวเลขรวมอย่างเดียว แต่คือคำถามว่า บริษัทนี้ทำอะไรถึงดึงคนที่ไม่เคยปลูกสาหร่ายเลยให้เข้ามาปลูกจนได้ปริมาณขนาดนี้ คำตอบมันอยู่ในวิธีที่เขาออกแบบความสัมพันธ์กับเกษตรกร ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคการปลูก

โมเดลที่ไม่ให้ใครแบกความเสี่ยงคนเดียว

Atlantic Sea Farms ทำงานร่วมกับชาวประมง 40 ราย ใน 18 ชุมชน สิ่งที่เขาให้กับชาวประมงมีสามอย่าง หนึ่งคือต้นพันธุ์สาหร่ายฟรี สองคือสอนวิธีปลูกให้ สามคือรับซื้อคืนทั้งหมดที่ปลูกได้ ไม่ใช่รับซื้อบางส่วนแล้วให้เกษตรกรไปหาตลาดเองต่อ

ลองคิดจากมุมชาวประมงดู เขาไม่ต้องลงทุนซื้อต้นพันธุ์ ไม่ต้องมานั่งหาความรู้เอง ไม่ต้องกังวลว่าปลูกออกมาแล้วจะขายให้ใคร ความเสี่ยงที่ปกติแล้วเกษตรกรต้องแบกเองทั้งหมด ถูกบริษัทรับไปแบกแทนเกือบทั้งหมด สิ่งที่ชาวประมงต้องลงคือแรงงานกับเรือที่มีอยู่แล้ว

ผมว่านี่คือจุดที่ทำให้มีคนกล้าเข้าร่วมถึง 40 ราย เพราะถ้าเกษตรกรต้องเสี่ยงเองทั้งหมด คนคงไม่กล้าลองอะไรใหม่ การรับซื้อคืนทั้งหมดคือคำมั่นที่ทำให้คนกล้าเริ่ม

จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด: เขาเลือกปลูกในฤดูที่เรือจอด

ส่วนที่ผมว่าฉลาดที่สุดของเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องต้นพันธุ์ฟรีหรือการรับซื้อคืน แต่คือจังหวะเวลา สาหร่ายทะเลที่บริษัทนี้ให้ชาวประมงปลูก ปลูกกันในฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ว่างจากการจับล็อบสเตอร์พอดี

พูดง่ายๆ คือชาวประมงไม่ต้องเลือกระหว่างงานเก่ากับงานใหม่ ไม่ต้องแบ่งเวลาทำสองอย่างพร้อมกันในช่วงที่ทั้งสองอย่างชนกัน เขาแค่เอาเรือ เอาทักษะทางน้ำที่มีอยู่แล้ว มาใช้ในช่วงที่ปกติแล้วจะว่างงานโดยสิ้นเชิง

ผมคิดว่าอาชีพเสริมที่พังบ่อยที่สุดคือตัวที่ไปแย่งเวลากับงานหลัก ทำไปได้สักพักก็หมดแรง สุดท้ายเสียทั้งงานเดิมและงานใหม่ ส่วนตัวที่รอดจริงคือตัวที่ใช้ของที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวลาว่างที่มีอยู่แล้ว เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว หรือความรู้ที่มีอยู่แล้ว เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดมากของหลักคิดนี้

ทำไมการรับซื้อคืนทั้งหมดถึงเป็นหัวใจ ไม่ใช่แค่ของแถม

หลายคนอาจมองว่าการให้ต้นพันธุ์ฟรีคือจุดขายหลักของโมเดลนี้ แต่ผมคิดว่าการรับซื้อคืนทั้งหมดต่างหากที่เป็นแกนจริง เพราะต้นพันธุ์ฟรีแค่ลดต้นทุนตอนเริ่ม แต่การรับซื้อคืนทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้เกษตรกรกล้าลงแรงต่อจนจบฤดู

ถ้าบริษัทรับซื้อแค่บางส่วน หรือมีเงื่อนไขซับซ้อนเรื่องคุณภาพจนเกษตรกรกังวลว่าจะขายไม่ออก คนคงไม่กล้าทุ่มเวลาที่มีอยู่แล้วให้กับเรื่องนี้เต็มที่ การที่เขาบอกชัดเจนว่ารับซื้อคืนทั้งหมด คือการตัดความกังวลเรื่องตลาดออกไปจากสมการของเกษตรกรทั้งหมด เหลือแค่คำถามเดียวว่าจะปลูกให้ได้ดีที่สุดยังไง

ถ้าเป็นบ้านเราจะเอาไปใช้ยังไง

ผมไม่ได้บอกว่าเราต้องไปปลูกสาหร่ายทะเลตามเขา เพราะบริบทมันคนละเรื่องกันเลย สิ่งที่ผมสนใจคือหลักคิดเรื่องจังหวะเวลา ลองมองสวนหรือฟาร์มของตัวเองดูว่าในรอบปีมีช่วงไหนที่เราว่างที่สุด สวนยางที่กรีดไม่ได้ในบางช่วง สวนผลไม้หลังตัดแต่งกิ่งเสร็จแล้วรอผลออก หรือแรงงานในไร่นาที่ว่างหลังเก็บเกี่ยว ช่วงเวลาแบบนี้แหละที่เป็นทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้วแต่ไม่ได้ใช้

สำหรับเจ้าของสวนเล็กๆ ที่มีเงินทุนจำกัด จุดที่น่าเอาไปคิดต่อไม่ใช่เรื่องสาหร่าย แต่เป็นคำถามว่า ถ้าเราจะชวนคนอื่นมาทำอะไรเสริมกับเรา เราให้คำมั่นอะไรกับเขาได้บ้างที่ทำให้เขากล้าเริ่ม ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นให้ต้นพันธุ์ฟรีหรือรับซื้อคืนทั้งหมดแบบบริษัทนี้ แต่หลักการที่ว่าคนจะกล้าลองสิ่งใหม่มากขึ้นถ้าความเสี่ยงถูกแบ่งออกไปบ้าง เป็นเรื่องที่ใช้ได้กับแทบทุกธุรกิจเกษตรในบ้านเรา

อีกมุมที่น่าคิดคือ ถ้าเราเป็นคนกลางหรือคนรับซื้อ การเข้าไปช่วยเกษตรกรในช่วงที่เขาว่างงานพอดี โดยไม่ต้องให้เขาทิ้งอาชีพหลัก อาจเป็นทางที่ทำให้คนกล้าเข้าร่วมกับเรามากกว่าการชวนให้เขาเปลี่ยนอาชีพทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กลัวและลังเลกันอยู่แล้ว

สิ่งที่ผมเอากลับมาคิดต่อ

คนทำเกษตรส่วนใหญ่มักคิดถึงแต่ว่าจะเพิ่มผลผลิตยังไง แต่เคสนี้ชวนให้ถามอีกแบบว่า ช่วงเวลาไหนในรอบปีที่คนในสวนหรือในครอบครัวเราว่างที่สุด และในช่วงนั้นเขามีทักษะอะไรที่ยังไม่ได้ถูกใช้เต็มที่ คำถามแบบนี้เปลี่ยนมุมมองไปคนละทางกับการคิดแค่เรื่องเพิ่มผลผลิตต่อไร่

สิ่งที่ Atlantic Sea Farms ทำ ไม่ใช่การคิดค้นพืชใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่อะไรเลย เขาแค่มองเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่มีเรือ มีทักษะทางน้ำ และมีเวลาว่างในฤดูหนาวที่ไม่มีใครใช้ประโยชน์ แล้วเขาก็สร้างระบบที่ทำให้เวลาว่างนั้นกลายเป็นรายได้ โดยที่คนกลุ่มนั้นแทบไม่ต้องเสี่ยงอะไรเลย

ตัวเลขของเคสนี้

เงินจ่ายครอบครัวชาวประมง ฤดูเก็บเกี่ยว 2024กว่า 1 ล้านดอลลาร์
ปริมาณสาหร่ายที่เก็บได้ (2024)1.3 ล้านปอนด์
สาหร่ายเลี้ยงทั้งรัฐเมน ปี 2018ราว 53,500 ปอนด์
จำนวนชาวประมงที่ร่วมโครงการ40 ราย ใน 18 ชุมชน
สิ่งที่บริษัทให้เกษตรกรต้นพันธุ์ฟรี + สอนวิธีปลูก + รับซื้อคืนทั้งหมด
ฤดูปลูกสาหร่ายฤดูหนาว ซึ่งว่างจากการจับล็อบสเตอร์

คำถามที่คนถามบ่อย

เคสนี้เอาไปปลูกสาหร่ายทะเลในไทยได้เลยไหม

ข้อมูลที่มีเป็นเรื่องของสายพันธุ์และสภาพอากาศแถบรัฐเมนโดยเฉพาะ ผมไม่มีข้อมูลว่าใช้กับทะเลบ้านเราได้หรือไม่ สิ่งที่เอามาใช้ได้จริงคือหลักคิดเรื่องจังหวะเวลา ไม่ใช่ตัวพืชโดยตรง

ทำไมการรับซื้อคืนทั้งหมดถึงสำคัญขนาดนั้น

เพราะมันตัดความกังวลเรื่องตลาดออกจากสมการของเกษตรกร ถ้าเขาไม่มั่นใจว่าปลูกแล้วจะขายได้ เขาจะไม่กล้าทุ่มเวลาที่มีอยู่แล้วให้กับเรื่องนี้เต็มที่

หลักการช่วงเวลาว่างนี้เอาไปใช้กับพืชอื่นในบ้านเราได้ไหม

หลักคิดเรื่องหาช่วงว่างของอาชีพเดิมมาสร้างรายได้เสริมใช้ได้กับแทบทุกอาชีพเกษตร แต่ต้องไปดูเองว่าช่วงว่างของสวนหรือฟาร์มเราคือช่วงไหน และมีอะไรที่ทำได้โดยไม่ต้องลงทุนใหม่มาก

ทำไมบริษัทนี้ถึงยอมให้ต้นพันธุ์ฟรีและรับซื้อคืนทั้งหมด ไม่กลัวขาดทุนเหรอ

ข้อมูลที่มีไม่ได้บอกรายละเอียดต้นทุนของบริษัท บอกได้แค่ว่านี่คือโมเดลที่เขาใช้ และผลลัพธ์คือปริมาณสาหร่ายเพิ่มจากราว 53,500 ปอนด์ทั้งรัฐเมนในปี 2018 เป็น 1.3 ล้านปอนด์ในปี 2024

ผมอ่านมาจากไหน

อ่านต่อในเว็บ

ช่วงว่างของสวนหรือฟาร์มคุณคือเดือนไหน

เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน

เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ

ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

ทำแปลงอยู่เหมือนกัน คุยกันได้

แปลงนี้ผมลงมือทำเองทุกขั้นแล้วจดไว้ทุกรอบ ใครติดตรงไหนอยู่ หรืออยากรู้ว่าผมใช้อะไรบ้าง ทักมาถามได้เลยครับ ผมตอบเอง

ทักมาคุยเรื่องแปลง

อ่านต่อเรื่องนี้