ทำ Pitch Deck ให้คนฟังคล้อยตาม ต้องเริ่มจากทำไมก่อนจะขายอะไร แล้วเรียงสไลด์ให้เป็นเรื่องเดียวที่คนไม่รู้เรื่องธุรกิจก็ตามทัน จากนั้นซ้อมจนจำเรื่องได้ ไม่ใช่จำสคริปต์ สาระรีฟสรุปหลักการนี้ไว้ในคลิป EP13 ซึ่งเป็นตอนจบของชุดการนำเสนออย่างมืออาชีพ
Pitch Deck คืออะไร ต่างจาก Slide หรือ PowerPoint ยังไง
Pitch Deck คือชุดสไลด์ที่ใช้นำเสนอธุรกิจให้คนฟัง ตามที่สาระรีฟอธิบายในคลิป Startup เรียกว่า Pitch Deck ส่วน SME มักเรียกว่า Slide หรือ PowerPoint แต่ไม่ว่าจะเรียกชื่อไหน แก่นของมันเหมือนกัน คือทำให้คนฟังคล้อยตามเนื้อหาที่เรานำเสนอและเข้าใจสิ่งที่เราอยากให้เขารับรู้
สาระรีฟบอกว่าต่อให้พูดเก่งแค่ไหน ถ้าไม่ได้ออกแบบเนื้อหาของสไลด์ก่อน การพูดจะวนไปวนมา ผ่านไป 5 นาทีแล้วก็ยังไม่ถึงเนื้อหาสำคัญเลย ดังนั้นให้คิดก่อนว่าสไลดมีหน้าอะไรบ้าง แล้วค่อยวางโครงเรื่อง
ทำไม Pitch Deck ต้องเริ่มจาก Why ไม่ใช่ What
คลิปแนะนำให้เริ่มจาก Why คือทำไมต้องทำสิ่งนี้ ไม่ใช่เริ่มจาก What คือจะขายอะไรดี ถ้าเริ่มจาก What เรามักเห็นว่าอะไรขายดีแล้วก็ทำตามกัน พอทุกคนทำเหมือนกัน ตลาดก็แข่งกันดุ ทั้งตัดราคา ทั้งยิงแอด จนเจ้าเล็กไม่มีที่ยืน
พอเริ่มจาก Why เราจะเห็นว่าตลาดมีช่องว่างตรงไหน ยกตัวอย่างในคลิปช่วงโควิด คนต้องฆ่าเชื้อบ่อยมาก แต่แอลกอฮอล์ขาดตลาดและราคาแพง จุดนี้ทำให้เห็นโอกาสของสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์คนใช้ได้ตรงกว่า
เรียงสไลด์ยังไงให้เป็นเรื่องเดียว คนฟังตามทัน
สาระรีฟเปรียบเนื้อหาในสไลด์เหมือนหนังหนึ่งเรื่อง ต้องมีโครงเรื่องที่ร้อยกันได้ ไม่ใช่เอาข้อมูลแต่ละส่วนมากองรวมกัน ถ้าเรื่องไม่ผูกกัน คนฟังจะงงทันทีว่าทำไมต้องฟังส่วนนี้ ให้เริ่มจากศึกษาเนื้อหาของงานก่อนว่าควรเอาอะไรขึ้นก่อน ซึ่งไม่มีสูตรตายตัว
อีกหลักที่คลิปย้ำคือทำสไลด์ให้ Simple ที่สุด ให้คนที่ไม่รู้เรื่องธุรกิจหรือการเงินก็เข้าใจได้ พูดให้ชาวบ้านฟังแล้วเข้าใจได้โดยไม่ต้องใช้คำศัพท์ยาก อย่างการตลาดก็อธิบายได้โดยไม่ต้องใช้คำนั้น
ทำ Pitch Deck เสร็จแล้ว ต้องซ้อมยังไงให้พูดได้จริง
สาระรีฟบอกว่าสไลด์เสร็จแล้วต้องซ้อมบ่อยๆ จุดสำคัญคือไม่ต้องท่องสคริปต์คำต่อคำ แต่ให้จำเรื่องราวให้ได้ เมื่อซ้อมจนเรื่องอยู่ในหัว เราก็พูดได้โดยไม่ต้องพึ่งสไลด์ทีละหน้า และดูสไลด์เป็นแค่ตัวช่วยเตือนความจำ
ภาษาที่ถนัดอาจพูดได้เลย แต่ถ้าต้องนำเสนอด้วยภาษาที่ไม่ถนัด ควรซ้อมให้มาก คลิปเล่าว่าครั้งแรกที่นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ พูดแล้วกรรมการแทบไม่เข้าใจ เขาเลยให้พูดเพิ่มเป็นภาษาไทยสั้นๆ ซึ่งทำให้เห็นว่าการซ้อมสำคัญแค่ไหน
Elevator Pitch 30 วินาที กับ Business และ Investor Pitch ต่างกันยังไง
Elevator Pitch คือการแนะนำธุรกิจให้จบในประมาณ 30 วินาที เหมือนได้เจอคนที่อาจเปลี่ยนธุรกิจเราในลิฟต์ ต้องบอกให้ได้ว่าเราทำอะไรและทำไมเขาควรสนใจ จนเขาอยากขอนามบัตรหรือขอคุยต่อ คลิปแนะนำให้ฝึกจนพูดได้ครบในเวลานี้
Business Pitch คือการนำเสนอธุรกิจในงานแข่งขันหรือการแข่งขันแผนธุรกิจ ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 7 นาที ส่วน Investor Pitch คือการนำเสนอเพื่อขอลงทุน ไม่มีเวลาตายตัว ประมาณ 3 นาที แต่ขึ้นกับผู้ฟังว่าจะให้เวลาเท่าไหร่ เนื้อหาต้องมีรูปแบบการเงิน และบอกว่าถ้าลงทุนแล้วจะเอาเงินไปขยายธุรกิจอย่างไร
ข้อมูลเรื่องเวลานี้เป็นของคลิปที่ลงวันที่ 7 กันยายน 2563 แต่ละเวทีอาจกำหนดไม่เหมือนกัน จึงควรถามผู้จัดงานก่อนขึ้นนำเสนอทุกครั้ง
คำถามที่คนถามบ่อย
Pitch Deck ต่างจาก Slide หรือ PowerPoint ไหม
ตามคลิปของสาระรีฟ แก่นไม่ได้ต่างกัน เป็นแค่ชื่อเรียกที่ต่างกันตามวงการ Startup เรียก Pitch Deck ส่วน SME เรียก Slide หรือ PowerPoint แต่คอนเซปต์เหมือนกัน คือทำให้คนฟังคล้อยตามเนื้อหา
ทำไมต้องเริ่มทำ Pitch Deck จาก Why
ถ้าเริ่มจาก What คือดูว่าอะไรขายดีแล้วทำตาม ตลาดจะแข่งกันดุ ทั้งตัดราคาและยิงแอด เจ้าเล็กจะสู้ไม่ได้ แต่ถ้าเริ่มจาก Why จะเห็นช่องว่างของตลาดและบอกได้ว่าใครจะได้ประโยชน์
Elevator Pitch ควรพูดกี่วินาที
ประมาณ 30 วินาที เหมือนแนะนำตัวกับคนที่เจอในลิฟต์ ให้พูดได้ครบว่าทำอะไรและทำไมเขาควรสนใจ แล้วฝึกจนพูดได้ในเวลานี้
Investor Pitch ควรใส่อะไรในสไลด์บ้าง
คลิประบุว่าต้องมีรูปแบบการเงิน และถ้าเขาลงทุน เราต้องการเงินเท่าไหร่และจะเอาไปขยายธุรกิจอย่างไร ใช้เวลาประมาณ 3 นาที แต่ขึ้นกับผู้ฟัง
ตอนนี้ธุรกิจคุณติดเรื่องไหนมากที่สุด
บอกในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน
เรื่องเล่าการทำธุรกิจจริงจากภาคใต้ ตามดูได้ที่ Sharif Densumite ครับ

