ความมั่งคั่งไม่ได้รอให้รวยก่อน คนธรรมดาเริ่มได้เลยด้วย 3 อย่าง คือรู้ว่าเงินหายไปไหน แบ่งเงินเป็น 3 กอง และเก็บเงินฉุกเฉินให้ได้ประมาณ 6 เดือน สาระรีฟเองก็เคยเป็นคนที่เงินเข้าบัญชีแล้วไม่รู้ว่าหมดไปกับอะไร (ข้อมูลและตัวเลขทั้งหมด ณ วันที่ลงคลิป 3 พ.ค. 2564)
ยังไม่มีเงินเก็บ เริ่มจากรู้ว่าเงินหายไปไหนก่อน
ความมั่งคั่งในความหมายของสาระรีฟ ไม่ใช่การรวยถล่มทลาย แต่คือการบริหารทรัพย์สินให้มีกินมีใช้ตามแบบที่เราเป็น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินมากนัก ก้าวแรกคือรู้จักตัวเองในแง่การใช้เงิน เพราะถ้าไม่รู้ว่าใช้ไปกับอะไร ก็วางแผนไม่ได้ว่าควรเก็บเท่าไหร่หรือควรลงทุนเท่าไหร่
สาระรีฟเล่าว่าเคยมีรายได้จากงานบรรยาย งานเชิญไปร่วมโครงการ และธุรกิจอาหาร แต่เงินเข้าบัญชีแล้วก็ใช้ไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าหมดไปกับอะไร เขาจึงโหลดแอปบันทึกรายรับรายจ่ายฟรีมาใช้ ตั้งกระเป๋าเงินตามบัญชีที่มี แล้วจดทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนกว่าจะเห็นภาพจริงว่าเราใช้เงินส่วนไหนเยอะเกินไป
ตัวอย่างที่เขายกคือร้านกาแฟ ถ้าลดจากแก้วละ 100 บาทเหลือประมาณ 40-50 บาท คิดเป็น 30 วันก็ประหยัดได้พันกว่าบาท นี่คือเงินก้อนแรกที่หาได้โดยไม่ต้องเพิ่มรายได้ (ตัวเลขเป็นตัวอย่างจากคลิปที่ลงวันที่ 3 พ.ค. 2564)
แบ่งเงินเป็น 3 กอง ใช้ประจำวัน ฉุกเฉิน และลงทุน
เมื่อรู้ค่าใช้จ่ายแล้ว ให้แบ่งรายได้เป็น 3 ก้อน ก้อนแรกคือเงินใช้ประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าบันเทิง ก้อนที่สองคือเงินฉุกเฉิน ก้อนที่สามคือเงินลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย
ตัวอย่างในคลิปคือเงินเดือน 30,000 บาท ใช้จ่ายประมาณ 29,000 บาท เหลือ 1,000 บาท แล้วแบ่ง 500 บาทเข้าเงินฉุกเฉิน และ 500 บาทเข้าเงินลงทุน สาระรีฟย้ำว่าสัดส่วนไม่มีสูตรตายตัว จะแบ่งครึ่งต่อครึ่งหรือปรับตามความพอใจของแต่ละคนก็ได้
เขาเคยคิดไว้ว่าเมื่อจดบันทึกจนรู้ทางแล้ว ก็สามารถเก็บเงินได้ราว 20% ของรายได้ ส่วนที่เหลือก็ใช้ชีวิตตามที่ต้องการ ไม่ได้ห้ามซื้อของที่ทำให้มีความสุข แค่ต้องไม่ใช้มากเกินจำเป็น
เงินฉุกเฉินต้องมีกี่เดือน และเก็บยังไงให้ถึง
สาระรีฟแนะนำให้มีเงินฉุกเฉินพอใช้ประมาณ 6 เดือน เพราะถ้าไม่มีงานเข้ามาเลย ก็ยังมีกินมีใช้ได้ ช่วงโควิด รายได้เสริมของเขาหายไปเกือบศูนย์ เพราะงานบรรยายและงานสัมมนาถูกยกเลิกหมด เขาจึงรู้ว่าเงินก้อนนี้จำเป็นแค่ไหน
ถ้าเก็บได้ยังไม่ถึง 6 เดือนก็ไม่ต้องกังวล เก็บได้แค่ 15-20 วันของค่าใช้จ่ายก็เริ่มได้แล้ว ค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ จนครบ
ถ้าฉุกเฉินจริง เช่น รถชนจนเสียหายหนัก และเงินฉุกเฉินไม่พอ ก็สามารถขายเงินลงทุนบางส่วนออกมาใช้ได้
ลงทุนยังไงให้เงินงอกเงย ไม่ต้องรอรวยก่อน
เมื่อเงินฉุกเฉินครบแล้ว ก้อนลงทุนก็เริ่มทำงานได้ สาระรีฟอธิบายตลาดหุ้นแบบเข้าใจง่ายว่าเป็นตลาดซื้อขายหุ้นของบริษัท ราคาขึ้นลงตามความต้องการ เหมือนน้ำแข็งที่ขายดีตอนหน้าร้อนก็มีโอกาสขึ้นราคาได้ เขาบอกว่าเงินที่เก็บไว้เฉยๆ ค่อยๆ ซื้อของได้น้อยลงเพราะของแพงขึ้น จึงต้องหาที่ให้เงินเติบโตบ้าง
สำหรับคริปโต เขาไม่แนะนำถ้าหวังกำไรเร็ว เพราะความเสี่ยงสูงมาก ราคาอาจตกไปในไม่กี่สัปดาห์จนเงินหายไปเร็วมาก และเขาเตือนชัดเจนให้อย่าเข้าไปเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ เพราะจะเสียหายหนัก
ควรดูผลการลงทุนเป็นระยะ ถ้าบริษัทที่ลงไว้กำลังขาลง ก็ควรย้ายหรือขายออกบางส่วนไปลงที่อื่น
คำถามที่คนถามบ่อย
เงินเดือนน้อยมาก ไม่มีเงินเหลือเลย จะเริ่มยังไง
สาระรีฟบอกว่าไม่ต้องกังวล ถ้าเก็บได้แค่ 15-20 วันของค่าใช้จ่ายก็ไม่เป็นไร ให้เริ่มสะสมไปเรื่อยๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มจนครบ 6 เดือน
เงินฉุกเฉินใช้ได้ไหม หรือต้องเก็บไว้เฉยๆ
ใช้ได้ครับ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจริง เช่น รถชนจนเสียหายหนัก และเงินฉุกเฉินไม่พอ ก็สามารถขายเงินลงทุนบางส่วนออกมาใช้ได้
ลงทุนคริปโตได้กำไรไวไหม
สาระรีฟไม่แนะนำถ้าหวังกำไรเร็ว เพราะคริปโตมีความเสี่ยงสูงมาก ราคาอาจตกลงเร็วจนเงินหายไปในไม่กี่สัปดาห์
มีคนชวนลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่ ควรทำไหม
ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องเลย สาระรีฟเตือนว่าจะเสียหายหนัก
ตอนนี้ธุรกิจคุณติดเรื่องไหนมากที่สุด
บอกในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน
เรื่องเล่าการทำธุรกิจจริงจากภาคใต้ ตามดูได้ที่ Sharif Densumite ครับ

