fbpx
วันพุธ, สิงหาคม 17, 2022
หน้าแรกGeneralDiaryวิธีเก็บเงิน ต้องเริ่มจากจดบันทึก

วิธีเก็บเงิน ต้องเริ่มจากจดบันทึก

วิธีเก็บเงิน น่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนน่าจะกำลังหาอยู่ เพราะอาจจะอยากมีเงินเก็บบ้าง เนื่องจากเก็บเงินไม่เคยจะได้เลย ไม่รู้มันหมดไปกับอะไร สุดท้ายแล้ว เลยต้องมาหาว่า วิธีการเก็บเงิน เขาทำกันอย่างไร

สาระรีฟ จะมาแบ่งปันวิธีการเก็บเงินให้มีประสิทธิภาพก่อนเลยครับ นอกเหนือจากการหักเงิน จากรายได้ หรือ เก็บแบงค์ 50 ก่อนโดยไม่ใช้ ซึ่งวิธีการที่จะแบ่งปันก็คือ การจดบันทึก เพราะนั่นจะช่วยให้เราได้รู้ว่า จริงๆ แล้วเงินที่เราได้มา สุดท้ายแล้วมันถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง

จดบันทึกรายรับ

อย่างแรกที่สาระรีฟ แนะนำก่อนเลยก็คือ ให้เราทำการจดบันทึก รายรับ ที่เราได้รับจากแต่ละช่องทางก่อน จะทำให้เราได้รู้คร่าวๆ ว่า รายได้เรา แต่ละเดือน อยู่ที่ประมาณเท่าใหร่ มีรายได้ลดบ้างไหม หรือมีเพิ่มบ้างไหม

การที่เรารู้ ว่ารายรับแต่ละเดือนเรามีเท่าใหร่ จะช่วยทำให้เราได้รู้ถึงกำลังทรัพย์ของตัวเอง ว่าเงินที่เรามีนั้น เหมาะสมกับการใช้ชีวิตยังไง ไม่ให้เงินที่อุตส่าหามาด้วยน้ำพัก น้ำแรง หมดไปกับอะไรก็ไม่รู้ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ซึ่งรายรับ สาระรีฟ แนะนำให้แยกออกเป็น 2 ประเภทครับ

รายได้หลัก

ในส่วนนี้จะเป็น เงินที่เราได้มาจากงานหลักของเรา อาจจะอยู่ในรูปแบบของเงินเดือน ค่าจ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นสิ่งที่เราได้จากการทำงานเหล่านั้นในทุกๆ วัน ส่วนนี้ เรามักจะรู้อยู่แล้ว ว่าแต่ละเดือน เราจะได้ประมาณที่เท่าใหร่ แต่มันจะดีขึ้นกว่าเดิม หากคนที่งานหลัก มีรายได้ไม่เท่ากันในแต่ละเดือน มันจะช่วยให้เราได้รู้ว่า ตอนนี้เราควรหาเงินเพิ่มจากช่องทางอื่นๆ ดีหรือเปล่า

ยิ่งเรารู้ว่า รายได้หลักของเราของเราได้มากหรือน้อยแค่ใหน จะทำให้เราได้วางแผนได้ว่า ในเวลาถัดๆ ไปเราควรพยายามมากขึ้นหรือเปล่า ซึ่งนั่นจะยิ่งตอกย้ำให้เรา ได้วางแผนชีวิตการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รายได้เสริม

รายได้ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ เราทำอาชีพเสริมกัน ต่อยอดรายได้จากเงินก้อนแรก ที่ได้จากเงินเดือน หรือ ค่าแรง ที่เราทำงานประจำกัน บางคนอาจจะใช้เวลาเลิกงาน มาเปิดร้านของกินเล็กๆ บางคนอาจจะเสริมด้วยการขายออนไลน์ควบคู่งานหลัก

สำหรับบางคนที่เพิ่งจะเริ่มทำงานเสริมกัน รายได้ในส่วนนี้อาจจะยังไม่มาก หรือไม่เท่ากับรายได้หลักที่เราได้มาก แต่เชื่อเหอะครับ หากเราทำต่อเนื่อง รายได้ส่วนนี้จะมีการพอกพูน จากเดิมเราได้แค่เดือนละไม่กี่ร้อย ก็จะเพิ่มเป็นหลักพัน หรือหลักหมื่น ในสักวัน

ยิ่งรายได้เสริมมากเท่าใหร่ อาจจะทำให้เราได้ตัดสินใจว่า หากเรามาทำงานเสริมแบบเต็มตัว แทนรายได้หลัก มันจะช่วยทำให้รายได้ที่เราได้มาก มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งในบางคน สามารถทำรายได้เสริมให้เป็น อาชีพหลัก ได้เลยนะครับ อย่าดูถูกรายได้เสริมที่ตอนแรกได้มาไม่เยอะครับ

จดบันทึกรายจ่าย

อีกอย่างที่เป็นตรงกันข้าม รายรับ ก็คือรายจ่ายนั่นเอง เพราะส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้เงินที่เราได้มา ลดลงในแต่ละวันที่เราใช้จ่ายไป ดังนั้นการที่เราจะรู้ว่าเราใช้จ่ายไปกับอะไรนั่นแหละ เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ที่จะทำให้เราได้รู้ถึงนิสัย การใช้เงินของตัวเอง ว่าเราบางอย่างที่เราใช้ไป มันอาจจะมีมูลค่าที่สูง โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ในแต่ละเดือน เราใช้เงินหมดไปกับเรื่องนั้นๆ พอควรเลย ซึ่งมันอาจจะเป็นสาเหตุหลักก็เป็นได้ว่า ทำไมเรา ไม่มีเงินเหลือให้เก็บเลย

ค่าอาหาร

ในส่วนนี้เป็นส่วนหลัก ที่ทุกคนต้องใช้กัน สาระรีฟแนะนำให้จดแบบไม่ต้องละเอียดมากนักว่า วันนี้กินไก่ย่าง 2 ไม้ รวม 50 บาท อันนั้นมันจะทำให้เราลำบากในการจดบันทึกครับ

สิ่งที่สาระรีฟ อยากให้จดก็เป็นยอดการกินรวมๆ ไปเลย เช่น ข้าวเช้า ข้าวเที่ยง ของกินเล่น อะไรแบบนั้นเลย จะได้ง่ายและเร็วในการจดบันทึกด้วย ไม่งั้นหากจดแบบละเอียด มีโอกาสสูงที่เราจะเบื่อ และเลิกจดไปเลย เพราะพอจดๆ อาจจะลืมบ้างบางครั้ง แล้วพอจะจดใหม่ ก็จำไม่ได้แล้วว่าเรากินอะไร กลายเป็นว่า งั้นไม่จดมันละ ยุ่งยาก

ช๊อปปิ้ง

สำหรับการช๊อปปิ้งนี้ เป็นอีกหมวดที่สาระรีฟแนะนำให้จด ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เวลาเราจ่ายซื้อของตอนไปช๊อปในห้าง หรือไม่ว่าจะซื้อของออนไลน์ว่าไป CF อะไรมาบ้าง ซึ่งในหมวดนี้ อะไรก็ตามที่เรามองว่าเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของการช๊อปปิ้งนั้น ให้เราจดในหมวดนี้ให้หมด มันจะช่วยให้เราได้รู้ว่าในแต่ละเดือน เราซื้อของเหล่านี้มากแค่ใหน บางทีมันอาจจะเป็น ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเลยก็ได้นา (ใครจะไปรู้)

ค่าเดินทาง

ค่าเดินทางส่วนนี้ จะเป็นส่วนที่เราจดบันทึกว่า ในแต่ละวัน เราหมดกับค่าเดินทางอะไรบ้าง ขับรถไปเอง น้ำมันเติมวันนี้เท่าใหร่ หรือ จะนั่งแทกซี่ บีทีเอส ก็จดไป อาจจะไม่ต้องถึงกับจดละเอียดว่า เดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน ค่าเดินทางไปกินข้าว ค่ารถเมลล์ไปดูหนัง

ถ้าง่ายๆ ก็จดแยกไปก็ได้ว่า เดินทางหลัก ที่เราต้องเดินทางอยู่แล้ว ไม่เดินทางแบบนี้ไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวกับงาน และอีกส่วนก็จะเป็นค่าเดินทางอื่นๆ ที่เราอาจจะเดินทางไปทำกิจกรรมอะไรบางอย่างนอกเหนือจากงาน ให้เป็นเลขกลมๆ ในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้เราได้รู้แล้วว่า เราหมดไปค่าพวกนี้มากน้อยแค่ใหน

สาะรีฟ เคยได้ฟัง จากคนทำงานที่เล่าว่า เมื่อก่อนเขาไปเช่าหอ ใกลจากที่ทำงาน เพราะมันถูกกว่า แต่เขาไม่มีเงินเก็บเลย หลังจากเขาจดบันทึก ทำให้รู้ว่า เขาหมดไปกับค่าเดินทางเยอะมาก บวกๆ แล้วแทบจะไม่ต่างกับการเช่าหอใกล้ที่ทำงานเลย ที่แบบเดินทางเท้าก็ถึง หรือบางทีอาจจะนั่งแค่รถต่อเดียวก็ถึงเลย ซึ่งนั่นกลายเป็นว่า ไปเช่าหอใกลๆ เพื่อประหยัด กลับกลายเป็นประหยัดไม่จริง

ดูหนัง ฟังเพลง

ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่จดบันทึก เวลาเราไปดูหนัง ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่แบบอาจจะเพื่อคลายเครียด ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะไม่ได้มีทุกวัน แต่การไปทำกิจกรรมเหล่านี้แต่ละครั้ง อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร

สาระรีฟจะลองให้นึกถึงเวลาเราจะไปดูหนังสักเรื่อง ณ วันนี้ ค่าตั๋วเข้าก็น่าจะเกือบ 200 บาทแล้ว แถมหากเราซื้อของกินเล่นเข้าไปอีก ก็จะบวกไปสัก 100 บาท รวมๆ แล้วดูหนังรอบหนึ่ง อาจจะใช้เงินประมาณ 300 บาทได้

ค่ารายเดือนแอพลิเคชัน หรือ อินเตอร์เน็ต

สำหรับส่วนนี้ คงหนีไม่พ้น คนรุ่นใหม่ ที่ชีวิตใช้ในโลกออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งเราอาจจะมีค่า 3G ที่เราจ่ายรายเดือน หรือ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราไปลงทะเบียนบนแอพลิเคชันต่างๆ ใว้ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Joox เป็นต้น

ในส่วนนี้จะช่วยให้เราได้ทราบว่า เงินที่มันตัดจากบัญชีอัตโนมัติทุกเดือน ที่เราไปลงทะเบียนใว้นั้น มันมากแค่ใหน เพราะถ้าหากเราไม่ได้จดเลย อยู่ดีๆ เงินก็ถูกออกจากบัญชีไป โดยที่เราก็จำไม่ได้ว่า เราไปลงทะเบียนระบบใหนใว้บ้าง บางอย่างเราไม่ค่อยได้ใช้แล้ว แต่ลืมว่า ยังไม่ได้ไปยกเลิกลงทะเบียน ก็อาจจะทำให้เงินเก็บของเราน้อยลงเช่นเดียวกัน

ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล

ในบางเดือน เราอาจจะมีอาการไม่สบาย ต้องไปซื้อยาที่ร้านยา หรือไปหาหมอที่โรงพยาบาล คลินิค ซึ่งการที่เราจดในส่วนนี้จะทำให้เราได้ทราบถึง การดูแลสุขภาพตัวเองในยามเจ็บป่วยมีมูลค่าสูงแค่ใหน เพราะนั่นจะช่วยทำให้เราได้รู้ถึง การดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีขึ้น จะได้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง ก็สามารถทำให้เรามีเงินเก็บมากขึ้นกว่าเดิม

ค่าอื่นๆ

สำหรับหมวดค่าใช้จ่ายที่ไม่รู้จะใส่เข้าไปในหมวดใหน ก็ใส่ในค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไป เช่น บริจาคเงินทอดพระป่า หรือบริจาคให้มัสยิด เพื่อไปปลูกสร้างอาคาร เป็นต้น ก็จะทำให้เราได้รู้ว่า เงินที่เราใช้ไป อาจจะไม่ได้เยอะในแต่ละครั้ง แต่บางที หมวดอื่นๆ ที่เราจ่ายแบบนิดๆ แต่อาจจะจ่ายบ่อย รวมๆ กันแล้ว อาจจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ อาจจะสูงก็เป็นได้เลย

เรียนรู้ และปรับการใช้เงิน

สิ่งสุดท้าย พอเราได้ทราบถึงพฤติกรรมการหารายได้ และ การใช้จ่ายในแต่ละแบบแล้ว เราจะเอาข้อมูลเหล่านี้มาเรียนรู้ว่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของเรา อันบ้างที่เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตสักนิด ซึ่งอาจจะช่วยทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายที่เราไม่เคยเห็นเลยว่า มันสามารถประหยัดขึ้นได้

ซึ่งก็อย่างที่สาระรีฟ ได้กล่าวไปข้างบนใว้แล้ว ที่บางทีเราพักใกล เพราะคิดว่าประหยัดค่าที่พัก บางทีการเข้ามาพักใกล้ขึ้นแต่แพงกว่า มันจะช่วยทำให้เราประหยัดเงินได้นิดหน่อย แต่สิ่งที่ประหยัดได้มากกว่าก็คือ เวลา ซึ่งจะช่วยให้เรา สามารถไปใช้ในการหารายได้อื่นๆ ได้มากขึ้น มีโอกาสได้ทำสิ่งที่เราไม่มีโอกาสได้ทำมากขึ้น เนื่องจากเวลาที่เคยมีนั้น ถูกใช้ไปกับการเดินทางซะเยอะ จนทำให้เราไม่มีเวลามากไปทำอย่างอื่นนั่นเอง

วิธีเก็บเงิน ต้องรู้จักสุขภาพทางการเงิน พฤติกรรมการใช้เงิน- สาระรีฟ การตลาดบ้านๆ

สุดท้ายแล้ว หากใครอยากถาม หรือพูดคุย Add Line (คลิ๊ก) หรือ ทัก Chat Facebook (คลิ๊ก) แล้วแต่สะดวกได้เลย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ หวังว่าเนื้อหานี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

สำหรับใครที่สงสัยว่า สาระรีฟ คืออะไรสามารถอ่านได้ ที่นี่เลยครับ สาระรีฟ.com ส่วนนี้จะอธิบายว่าบทความต่าง ๆ ที่จะมาแชร์กันมีเรื่องอะไรกันบ้าง หวังว่าจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

Sharif Densumite
Sharif Densumitehttp://www.sararif.com
Chief Executive Officer - Has Order Co, Ltd.
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments