ที่อินเดียมีห้องเย็นพลังแสงอาทิตย์ที่ลากไปตั้งข้างแปลงได้เลย บริษัทบอกว่าติดตั้งไปแล้วกว่า 900 ห้อง ใน 10 กว่าประเทศ ช่วยกันอาหารไม่ให้เสียไปได้กว่า 20,000 ตัน และหน้ารางวัล Ashden ที่บริษัทนี้ได้รับ เขียนไว้ว่ามันเพิ่มกำไรให้เกษตรกรได้ถึง 40%
Ecofrost ห้องเย็นที่ลากไปตั้งข้างแปลงได้
ผมไปอ่านเจอเรื่องนี้แล้วชอบมากจนต้องเอามาเล่าต่อ ที่อินเดียมีบริษัทชื่อ Ecozen ทำห้องเย็นพลังแสงอาทิตย์ชื่อ Ecofrost ที่จุดเด่นของมันคือเคลื่อนย้ายได้ ไม่ต้องสร้างเป็นตึกถาวร ลากไปตั้งข้างแปลงของใครก็ได้ แล้วใช้แดดที่มีอยู่แล้วในไร่นาเป็นพลังงานเก็บความเย็น
ตัวเลขที่บริษัทเขาเขียนไว้คือติดตั้งไปแล้วมากกว่า 900 ห้อง กระจายอยู่ใน 10 กว่าประเทศ และรวมกันแล้วช่วยกันอาหารไม่ให้เสียได้มากกว่า 20,000 ตัน นี่ไม่ใช่โปรเจกต์ทดลองเล็กๆ แต่เป็นของที่ใช้งานจริงในระดับที่นับเป็นหมื่นตันแล้ว
สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากห้องเย็นทั่วไปที่เราคุ้นเคย คือมันไม่ผูกติดกับไฟฟ้าจากสายส่ง เกษตรกรที่อยู่ไกลปลายสาย ไฟตกไฟดับบ่อย ก็ยังใช้ได้ เพราะพลังงานมาจากแดดตรงๆ
Inficold ตัวเลขที่ชัดกว่านั้นอีก
อีกเจ้าหนึ่งที่ผมอ่านเจอในเรื่องเดียวกันคือ Inficold ซึ่งตัวเลขที่เขาโชว์ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ ห้องเย็นของเขาทำให้ถั่วแห้งเสียหายลดลงจาก 15% เหลือแค่ 2% ส่วนต่างระหว่างสองตัวเลขนี้คือของที่เคยเสียทิ้งไปเฉยๆ แต่พอมีห้องเย็นกลับมาเป็นของที่ขายได้ เป็นเงินในกระเป๋าโดยไม่ต้องปลูกเพิ่มแม้แต่ต้นเดียว
อีกเคสคือโรงนมที่เป็นลูกค้าของเขา เคยเสียนมไปราว 9% พอใช้ถังทำความเย็นนมของ Inficold นมส่วนที่เคยเสียก็ไม่เสียอีก นี่คือสองเคสที่ตัวเลขจับต้องได้ชัดมาก
ตัวเลขเรื่องเงิน
ถ้าดูเรื่องเงิน หน้ารางวัล Ashden ที่ Ecozen ได้รับเขียนไว้ว่า ห้องเย็นแบบนี้เพิ่มกำไรให้เกษตรกรได้ถึง 40% และยกตัวอย่างคนปลูกกุหลาบ ที่เคยเก็บดอกไว้ได้แค่ 2 วัน พอมีห้องเย็นเก็บได้ถึง 21 วัน
อีกตัวเลขหนึ่งที่เล็กกว่าแต่จับต้องได้ คือกลุ่มเกษตรกรหญิงที่ปลูกถั่ว 268 คน ใช้ห้องเย็นของ Inficold แล้วได้รายได้เพิ่มราว 10-15% ผมว่าตัวเลขนี้น่าสนใจตรงที่มันไม่ได้มาจากการปลูกเก่งขึ้น แต่มาจากการมีที่เก็บ
จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด — กำไรไม่ได้อยู่ที่ปลูกเก่งขึ้น
ตรงนี้แหละที่ผมอ่านแล้วต้องหยุดคิดนาน เพราะปกติเวลาเราคิดจะเพิ่มรายได้จากการเกษตร เรามักคิดไปทางเดียวคือทำยังไงให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น พันธุ์ดีขึ้น ปุ๋ยดีขึ้น เทคนิคปลูกดีขึ้น ซึ่งทุกอย่างที่ว่ามาต้องใช้เวลา ใช้ความรู้ ใช้การลองผิดลองถูก
แต่เคสนี้บอกเราอีกทางหนึ่งเลย ผมมองว่าสิ่งที่เปลี่ยนคือเขา ‘เลือกวันขายได้’ พอของไม่เน่าเร็ว เขาไม่จำเป็นต้องรีบขายตอนที่ทุกคนในตำบลเก็บเกี่ยวพร้อมกันแล้วราคาตก เขารอได้ รอจนกว่าตลาดจะขาดของแล้วค่อยปล่อยของออกมา
เราทุกคนรู้ดีว่าตอนของออกพร้อมกันทั้งแถบ ราคาร่วงทันที ของดีแค่ไหนก็โดนกดราคา เพราะพ่อค้ารู้ว่าต้องขายวันนี้ พรุ่งนี้เน่า อำนาจต่อรองทั้งหมดจึงอยู่ที่คนซื้อ ไม่ใช่คนปลูก
พอมีที่เก็บ อำนาจต่อรองมันสลับข้างทันที เราไม่ใช่คนที่ต้องรีบขายอีกต่อไป คนที่ต้องรีบซื้อก่อนของหมดตลาดต่างหาก
ถ้าเป็นบ้านเราจะเอาไปใช้ยังไง
ผมมองว่าแนวคิดนี้เอามาปรับใช้กับบ้านเราได้ แต่ต้องคิดให้ตรงจุด สวนเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มีขนาดใหญ่พอที่จะลงทุนห้องเย็นคนเดียว เงินทุนก็ไม่ได้มากมาย นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับก่อน
แต่จุดที่น่าสนใจของโมเดล Ecofrost คือมันเคลื่อนย้ายได้ ไม่ต้องสร้างตึกถาวร นั่นแปลว่าแนวคิดแบบนี้เหมาะกับการรวมกลุ่มมากกว่าต่างคนต่างซื้อ สมมติในตำบลหนึ่งมีสวนผลไม้หรือสวนผักหลายเจ้า แต่ละเจ้าไม่มีทุนพอซื้อห้องเย็นคนเดียว แต่ถ้ารวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกร แล้วลงขันกันหรือหาช่องทางสนับสนุนมาทำห้องเย็นร่วมกันหนึ่งห้อง ทุกคนในกลุ่มก็ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
อีกมุมหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าลองคือ คนที่มีทุนหน่อยอาจไม่ต้องทำสวนเองก็ได้ ทำธุรกิจให้เช่าที่เก็บของแทน เพราะปัญหาของเน่าเสียหลังเก็บเกี่ยวไม่ได้มีแค่คนเดียวในพื้นที่ ถ้ามีคนกลางที่มีที่เก็บไว้ให้เช่า เกษตรกรรายเล็กที่ไม่มีทุนพอซื้อเองก็ยังได้ประโยชน์จากการเลือกวันขาย โดยไม่ต้องแบกต้นทุนก้อนใหญ่คนเดียว
ส่วนของที่น่าจะเห็นผลชัด ผมว่าคือของที่เสียเร็วถ้าไม่มีที่เก็บ อย่างผัก ผลไม้ ดอกไม้ หรือนม อย่างเคสดอกกุหลาบที่เก็บได้จาก 2 วันเป็น 21 วัน ยิ่งของพังเร็วเท่าไหร่ ห้องเย็นยิ่งเปลี่ยนตัวเลขได้ชัดเท่านั้น
ตัวเลขของเคสนี้
| ห้องเย็น Ecofrost ที่ติดตั้งแล้ว (ตัวเลขบริษัท) | 900+ ห้อง ใน 10+ ประเทศ |
| อาหารที่กันไม่ให้เสีย (ตัวเลขบริษัท) | 20,000+ ตัน |
| กำไรเกษตรกรที่เพิ่มได้ (Ashden) | สูงสุด 40% |
| ถั่วแห้งเสียหาย (Inficold) | ลดจาก 15% เหลือ 2% |
| นมเสียของโรงนมลูกค้า (Inficold) | จากราว 9% เหลือไม่เสีย |
| รายได้กลุ่มเกษตรกรหญิงปลูกถั่ว 268 คน (Inficold) | เพิ่มราว 10-15% |
คำถามที่คนถามบ่อย
ห้องเย็นพลังแดดแบบนี้มีขายในไทยไหม
จากข้อมูลที่ผมอ่านเจอ ยังไม่มีการพูดถึงตัวแทนหรือการจำหน่ายในไทยเลย ที่เล่าให้ฟังคือกรณีศึกษาจากอินเดียเพื่อให้เห็นแนวคิดเรื่องการเลือกวันขาย ส่วนจะหาซื้อของแบบนี้ในไทยได้จากที่ไหนต้องไปสืบค้นเพิ่มเติมเอง
ห้องเย็นแบบนี้ราคาเท่าไหร่
แหล่งข้อมูลที่ผมอ่านไม่ได้บอกราคาไว้ เลยไม่กล้าเดาให้ เพราะราคาคงต่างกันไปตามขนาดห้องและกำลังผลิตไฟจากแดด ถ้าสนใจจริงคงต้องสอบถามจากผู้ผลิตห้องเย็นโซลาร์ในบ้านเราโดยตรง
ต้องมีสวนขนาดใหญ่แค่ไหนถึงจะคุ้มทำห้องเย็น
ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุขนาดแปลงขั้นต่ำ แต่จุดที่น่าสนใจของโมเดลนี้คือห้องเย็นเคลื่อนย้ายได้ เลยเหมาะกับการรวมกลุ่มใช้ร่วมกันหลายสวน ไม่จำเป็นต้องมีแปลงใหญ่คนเดียวถึงจะเริ่มได้
พืชแบบไหนที่น่าจะได้ประโยชน์จากห้องเย็นแบบนี้มากที่สุด
เคสที่มีตัวเลขชัดคือถั่วแห้ง นม และดอกกุหลาบ ผมว่ายิ่งเป็นของที่พังไวเท่าไหร่ การมีที่เก็บความเย็นยิ่งเปลี่ยนตัวเลขของเสียได้ชัดเท่านั้น
ผมอ่านมาจากไหน
- ashden.org
- clasp.ngo
- Ecozen: 900+ ห้อง 10+ ประเทศ 20,000 ตัน (ตัวเลขบริษัท)
- Efficiency for Access: เคส Inficold (ถั่ว 15%→2%, นม ~9%, รายได้ 10-15%)
อ่านต่อในเว็บ
ของที่คุณปลูกอยู่ตอนนี้ ถ้าเก็บได้อีก 2 สัปดาห์ก่อนขาย ราคาจะต่างจากวันเก็บเกี่ยวกี่บาท
เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน
เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ
ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

