ทักมาคุย
ทุเรียนไทยในจีน ครึ่งปีแรก 81% แต่ทั้งปี 2024 เหลือ 57%
เกษตร

ทุเรียนไทยในจีน ครึ่งปีแรก 81% แต่ทั้งปี 2024 เหลือ 57%

โดย Sharif Densumite 21 ตุลาคม 2026

ครึ่งปีแรกของปี 2026 ทุเรียนไทยครองตลาดจีนอยู่ที่ 81% มูลค่าเกือบ 3,790 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าทุเรียนของจีนโตถึง 47% ฟังดูเหมือนเราสบายมาก แต่ถ้าดูตัวเลขทั้งปี 2024 ส่วนแบ่งของไทยเหลือแค่ 57% และข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นเพราะคู่แข่งขายถูกกว่า

ตัวเลขครึ่งปีแรก 2026 ที่ทำให้เบาใจ

ผมไปอ่านเจอรายงานจาก fruitnet.com เรื่องการนำเข้าทุเรียนของจีนช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แล้วก็ชอบตรงที่เขาเทียบตัวเลขให้เห็นภาพชัด ทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนอยู่ที่ 81% มูลค่าเกือบ 3,790 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจากราว 2,560 ล้านในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนเวียดนามอยู่ที่ 18% มูลค่า 846 ล้านดอลลาร์

ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนง่ายๆ ทุเรียนที่จีนนำเข้าช่วงครึ่งปีแรก เกือบทุก 5 ลูก มี 4 ลูกเป็นของไทย และตลาดรวมยังโตถึง 47% รายงานให้เครดิตระบบขนส่งและระบบคุมคุณภาพของไทยที่เข้าที่แล้ว บอกว่าเวียดนามยังติดปัญหาเรื่องคุมคุณภาพ และรถไฟจีน-ลาวที่ขยายตัวก็ช่วยการค้าทุเรียนในภูมิภาค

เห็นตัวเลขแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะมันหมายความว่าทุเรียนไทยยังเป็นที่ต้องการ แต่ตัวเลขครึ่งปีกับตัวเลขทั้งปีเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน และผมชอบดูให้ครบ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขสวยๆ ตัวเดียว เพราะเบอร์ 1 ที่ไม่ระวังตัว มักจะเสียตำแหน่งแบบไม่ทันตั้งตัว

ตัวเลข 57% ที่ทำให้ผมต้องอ่านซ้ำ

อีกข่าวหนึ่งที่รายงานตัวเลขทั้งปี 2024 บอกว่าส่วนแบ่งของไทยในจีนเหลือ 57% ลดจาก 68% ในปี 2023 ส่วนเวียดนามขึ้นจาก 33% เป็น 41.5% ผมอ่านแล้วต้องหยุดคิด เพราะเสียส่วนแบ่งไป 11 จุดในปีเดียว ถ้าเป็นธุรกิจทั่วไป แบบนี้คือระดับที่ต้องเข้าประชุมฉุกเฉินกันแล้ว

สาเหตุที่ข่าวระบุไม่ใช่เรื่องราคาแข่งไม่ได้ แต่เป็นเรื่องคุณภาพ จากการพึ่งพาสวนแบบอุตสาหกรรมมากเกินไป บวกกับช่วงอากาศร้อนจัดที่ทำให้ผลผลิตลดลง

ผมว่าตรงนี้แหละที่เป็นจุดสำคัญ เพราะเวลาคนพูดถึงการเสียตลาด เรามักจะนึกถึงคู่แข่งที่ขายถูกกว่า หรือมีโปรโมชั่นดีกว่า แต่เคสนี้บอกเราตรงกันข้าม คือของดีที่เคยครองตลาดได้ อาจเสียตลาดจากมือของตัวเอง ไม่ใช่จากมือคนอื่น

ด่านใหม่จากศุลกากรจีน — สาร Basic Yellow 2

อีกเรื่องที่ข่าวพูดถึงคือสารย้อม Basic Yellow 2 ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง จีนเจอสารนี้ในทุเรียนบางล็อตจากไทยช่วงปลายปี 2024 แล้วก็กำหนดให้ต้องมีผลตรวจสารนี้ ด่านนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ผู้ส่งออกต้องเตรียมตัว

ผมมองว่านี่คือสัญญาณว่าตลาดจีนเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติหรือความสวยของลูกทุเรียน แต่เป็นเรื่องที่วัดผลได้ด้วยแล็บ

เรื่องแบบนี้พอมองย้อนกลับมาที่บ้านเรา ผมว่ามันคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ดี ผมเดาว่าด่านแบบนี้น่าจะเข้มขึ้นมากกว่าผ่อนลง คนที่เตรียมตัวเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยไว้ก่อน น่าจะพร้อมรับมือได้มากกว่าคนที่รอให้โดนตีกลับก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง

เวียดนามได้เปรียบเรื่องที่ไทยแก้ไม่ได้

ข่าวจาก SCMP ต้นปี 2026 ให้เหตุผลเรื่องข้อได้เปรียบของเวียดนามไว้ว่า มีชายแดนติดจีนและโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว และแก้ปัญหาเรื่องสุขอนามัยพืชร่วมกับทางการจีนได้ ปี 2025 เวียดนามส่งทุเรียนเข้าจีนได้ 3,440 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 2,940 ล้านในปี 2024

ฝั่งไทยก็มีตัวช่วยเรื่องขนส่ง อย่างรถไฟจีน-ลาวที่รายงานของ fruitnet บอกว่าช่วยการค้าทุเรียนในภูมิภาค แต่ระยะทางกับการมีชายแดนติดกันเป็นเรื่องที่ไทยเปลี่ยนไม่ได้

ผมมองว่าตรงนี้คือจุดที่ไทยต้องยอมรับความจริง เราเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งประเทศไม่ได้ สิ่งที่เราควบคุมได้มากที่สุดคือคุณภาพของทุเรียนที่เราส่งออกไป

จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด — เบอร์ 1 เสียตลาดเพราะอะไร

ผมอ่านเคสนี้จบแล้วก็มานั่งคิดต่อว่า ปีที่ไทยเสียส่วนแบ่ง ข่าวไม่ได้ชี้ว่าเพราะคู่แข่งขายถูกกว่า แต่ชี้ไปที่คุณภาพกับสภาพอากาศ ผมเลยคิดว่าเรื่องที่ต้องระวังที่สุดคือคุณภาพที่ไม่นิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องในมือเราเองมากกว่าในมือคู่แข่ง

เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทุเรียน สินค้าเกษตรหลายตัวที่เคยดังแล้วเงียบไป ผมคิดว่ามักเริ่มจากจุดเดียวกันคือ ตอนขายดีที่สุดนี่แหละที่คนเริ่มหย่อนมาตรฐาน เพราะคิดว่าของตัวเองดีอยู่แล้ว แต่จริงๆ แล้วช่วงขายดีคือช่วงที่ต้องระวังที่สุด เพราะทุกคนกำลังจับตาดูอยู่

ของดีสร้างชื่อต้องใช้เวลานาน แต่ของเสียแค่ล็อตเดียวก็ทำลายชื่อที่สร้างมาได้ในเวลาสั้นๆ ช่วงที่ออเดอร์ล้นมือจึงเป็นช่วงที่ต้องคุมมาตรฐานให้แน่นที่สุด ไม่ใช่ช่วงที่ปล่อยผ่าน

ถ้าเป็นบ้านเรา สวนทุเรียนเล็กๆ ต้องคิดยังไง

สวนทุเรียนเล็กๆ ในบ้านเราหลายสวนไม่ได้ส่งออกตรงเอง แต่ขายผ่านล้ง ทีนี้พอด่านตรวจสารอย่าง Basic Yellow 2 เข้มขึ้น สิ่งที่ต้องคิดคือมาตรฐานพวกนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ล้งหรือผู้ส่งออก ผมคิดว่าสุดท้ายมันน่าจะไล่มาถึงเกษตรกรต้นทางด้วย เพราะล้งเองก็ต้องเลือกซื้อของที่ตรวจผ่าน

สำหรับสวนขนาดเล็กที่เงินทุนไม่มาก ผมว่าสิ่งแรกที่ทำได้เลยโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มคือเรื่องวินัยการตัดผล ไม่ตัดอ่อนแม้ราคาช่วงนั้นจะจูงใจแค่ไหน เพราะทุเรียนอ่อนที่หลุดออกไปในตลาด ต่อให้แค่ล็อตเดียวก็ทำให้ชื่อสวนหรือชื่อกลุ่มเกษตรกรทั้งพื้นที่เสียหายได้ ตรงนี้คือต้นทุนต่ำแต่ผลกระทบสูง เป็นเรื่องที่อยู่ในมือเราเองล้วนๆ ไม่ต้องรอใครมาช่วย

อีกเรื่องที่คิดว่าน่าจะทำได้จริงคือการรวมกลุ่มกันตรวจสอบคุณภาพก่อนขาย ไม่ต้องรอให้ล้งมาตรวจแล้วค่อยรู้ว่าไม่ผ่าน เพราะถึงตอนนั้นก็สายไปแล้วสำหรับรอบนั้น สวนเล็กหลายเจ้ารวมกันเป็นกลุ่ม แชร์ค่าใช้จ่ายการตรวจ หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเรื่องสภาพอากาศกับการดูแลต้นก่อนเก็บเกี่ยว เป็นแนวทางที่น่าจะลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพไม่นิ่งได้ดีกว่าต่างคนต่างทำเอง

ผมมองว่าตลาดจีนที่ยังโต 47% ในครึ่งปีแรกนี้คือโอกาสจริงๆ สำหรับเกษตรกรไทย แต่ไม่ใช่สิทธิ์เฉพาะของไทยตลอดไป ปี 2024 ส่วนแบ่งทั้งปีของไทยเคยลงไปเหลือ 57% มาแล้ว และไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าจะไม่เกิดซ้ำอีก

ตัวเลขของเคสนี้

ส่วนแบ่งไทยในจีน (ครึ่งปีแรก 2026)81% · เกือบ $3,790 ล้าน
เวียดนามในจีน (ครึ่งปีแรก 2026)18% · $846 ล้าน
การนำเข้าทุเรียนของจีน ครึ่งปีแรก 2026โต 47%
ส่วนแบ่งไทยทั้งปี68% (2023) → 57% (2024)
ส่วนแบ่งเวียดนามทั้งปี33% (2023) → 41.5% (2024)

คำถามที่คนถามบ่อย

ทำไมส่วนแบ่งทุเรียนไทยในจีนทั้งปี 2024 ถึงเหลือ 57%

ข่าวระบุว่ามาจากปัญหาคุณภาพ จากการพึ่งพาสวนแบบอุตสาหกรรมมากเกินไป บวกกับอากาศร้อนจัดที่ทำให้ผลผลิตลดลง ไม่ใช่เพราะคู่แข่งขายถูกกว่า

Basic Yellow 2 คืออะไร ทำไมจีนต้องตรวจ

เป็นสารย้อมที่เป็นสารก่อมะเร็ง จีนเจอในทุเรียนบางล็อตจากไทยช่วงปลายปี 2024 แล้วกำหนดให้ต้องมีผลตรวจสารนี้

เวียดนามจะแซงไทยขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดจีนได้ไหม

ครึ่งปีแรก 2026 ไทยยังนำอยู่ที่ 81% ต่อ 18% แต่ตัวเลขทั้งปี 2024 เวียดนามเคยขึ้นไปถึง 41.5% ขณะที่ไทยเหลือ 57% และเวียดนามมีข้อได้เปรียบเรื่องชายแดนติดจีน ซึ่งไทยเปลี่ยนไม่ได้ ผมเลยไม่คิดว่าจะชะล่าใจได้

สวนทุเรียนเล็กๆ ในไทยจะป้องกันปัญหาคุณภาพได้ยังไงโดยไม่ต้องลงทุนเยอะ

สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยแทบไม่มีต้นทุนคือวินัยไม่ตัดผลอ่อนแม้ราคาช่วงนั้นจะจูงใจ และการรวมกลุ่มกับสวนใกล้เคียงเพื่อแชร์การตรวจสอบคุณภาพก่อนขาย แทนที่จะรอให้ล้งตรวจแล้วค่อยรู้ว่าไม่ผ่าน

ผมอ่านมาจากไหน

อ่านต่อในเว็บ

สวนทุเรียนแถวบ้านคุณ เคยตัดอ่อนตอนราคาดีจนคุณภาพไม่นิ่งบ้างไหม

เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน

เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ

ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

ทำแปลงอยู่เหมือนกัน คุยกันได้

แปลงนี้ผมลงมือทำเองทุกขั้นแล้วจดไว้ทุกรอบ ใครติดตรงไหนอยู่ หรืออยากรู้ว่าผมใช้อะไรบ้าง ทักมาถามได้เลยครับ ผมตอบเอง

ทักมาคุยเรื่องแปลง

อ่านต่อเรื่องนี้