ค่าโฆษณาแพงขึ้นเรื่อย ๆ วิธีที่ช่วยเร็วที่สุดคือรู้ก่อนว่าลูกค้าคนไหนพร้อมซื้อ แล้วค่อยลงทุนกับคนกลุ่มนั้น ไม่ต้องยิงแอดให้ทุกคนเห็น สาระรีฟแบ่งลูกค้าเป็น 5 กลุ่มตามโมเดล Diffusion of Innovation และแชร์วิธีดูว่าคนกำลังคิดอะไรอยู่จาก Google Trends กับ Pantip ตัวเลขและตัวอย่างในบทความนี้อ้างอิงจากคลิปที่ลงวันที่ 25 พ.ค. 2564
ลูกค้าแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มไหนควรขายก่อน
สาระรีฟอ้างอิงโมเดล Diffusion of Innovation ที่แบ่งลูกค้าตามความเร็วในการลองของใหม่ ใน 100 คนจะมีประมาณ 2.5 คนเป็น Innovator, 13.5 คนเป็น Early Adopter, 34 คนเป็น Early Majority, 34 คนเป็น Late Majority และ 16 คนเป็น Laggard
กลุ่มแรกชอบของใหม่และลองโดยไม่สนว่าตัวเองจะเป็นหนูทดลองหรือเปล่า กลุ่มนี้คือคนที่ควรคุยก่อนตอนเปิดตัวสินค้า ส่วนกลุ่มที่ 2 ก็ชอบของใหม่เหมือนกัน แต่จะซื้อก็ต่อเมื่อมีคนเคยใช้มาก่อน
ทำไมยิงแอดให้ทุกคนดูแล้วยอดไม่ขึ้น
ถ้ายิงโฆษณาหาคนทั้ง 100 คนเท่ากันหมด งบส่วนใหญ่จะไปถึงคนที่ยังไม่พร้อมซื้อ สาระรีฟแนะนำให้กรองกลุ่มก่อนลงมือ ถ้ารู้ว่าคนนั้นอยู่ในกลุ่มที่ 5 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปนำเสนอขาย
ดูยังไงว่าลูกค้าตอนนี้สนใจอะไร ใช้ Google กับ Pantip
Google Trends บอกได้ว่าช่วงนั้นคนค้นหาเรื่องอะไรกันอยู่ และแยกเป็นหมวดได้ เช่น ข่าว การเรียน อาหาร และที่เที่ยว ตัวอย่างในคลิปเป็นข้อมูลปี 2020 ที่มีคำอย่าง เราไม่ทิ้งกัน และคนละครึ่ง ขึ้นมาอยู่บนสุด ซึ่งบอกได้ว่าความสนใจของคนตอนนั้นอยู่ที่ไหน ข้อมูลนี้เป็นของปี 2020 ตอนนี้ต้องเช็กใหม่ทุกครั้ง
Pantip เป็นเว็บกระทู้ที่คนมาตั้งคำถามเพราะอยากรู้คำตอบ จึงเป็นที่ที่เห็นความคิดของคนได้ค่อนข้างชัด เอาคำถามและข้อสงสัยที่เจอมาวางแผนการตลาดต่อได้เลย
ไม่มีงบยิงแอด เริ่มขายของยังไงดี
สาระรีฟเล่าถึงการเอาของที่มีอยู่ในร้าน ประมาณ 28 กล่อง มาขายออนไลน์ผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยไม่ยิงแอดสักบาท เพราะของบางตัวกำไรน้อยมาก ถ้ายิงแอดไปก็ไม่คุ้ม เลยเลือกไม่ยิงแล้วขายผ่านช่องทางที่มีอยู่แทน
การเริ่มจากของที่มีอยู่ก่อน ทำให้ได้เรียนรู้ว่าลูกค้าที่ซื้อคือใคร ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้การยิงโฆษณาในอนาคตง่ายขึ้นและลดค่าการตลาดลงได้
คำถามที่คนถามบ่อย
ลดค่าการตลาดได้ยังไง โดยที่ยอดขายยังเท่าเดิม
ให้รู้ก่อนว่าลูกค้าคนไหนพร้อมซื้อ แล้วเลือกคุยกับกลุ่มนั้นก่อน ไม่ต้องยิงแอดหาคนที่ยังไม่พร้อม ยอดขายเท่าเดิมได้ด้วยงบที่น้อยลง
ลูกค้าแบ่งเป็นกลุ่มไหนบ้าง และกลุ่มไหนควรคุยก่อน
โมเดลนี้แบ่งเป็น Innovator 2.5%, Early Adopter 13.5%, Early Majority 34%, Late Majority 34% และ Laggard 16% ของ 100 คน ควรคุยกับกลุ่มแรกก่อน ส่วนกลุ่มที่ 5 ไม่ควรเสียเวลานำเสนอขาย
ไม่มีงบยิงแอด เริ่มขายสินค้าได้ยังไง
เอาของที่มีอยู่ในร้านมาขายออนไลน์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ต้องยิงแอด ของที่กำไรน้อยไม่คุ้มที่จะยิงโฆษณา และการขายแบบนี้ช่วยให้รู้ว่าใครคือลูกค้า
ดูความคิดลูกค้าได้จากที่ไหนบ้าง
ใช้ Google Trends ดูคำที่คนค้นหาแยกตามหมวด และดูกระทู้ใน Pantip ที่คนตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ ข้อมูลในคลิปเป็นปี 2020 ควรเช็กข้อมูลปัจจุบันเองทุกครั้ง
ตอนนี้ธุรกิจคุณติดเรื่องไหนมากที่สุด
บอกในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน
เรื่องเล่าการทำธุรกิจจริงจากภาคใต้ ตามดูได้ที่ Sharif Densumite ครับ

