ถ่านชีวภาพที่ทำจากเศษไม้แบบที่เกษตรกรบ้านเราเผาทิ้งข้างแปลงทุกปี วันนี้มีตลาดคาร์บอนเครดิตให้ราคาเฉลี่ยราว 164-177 ดอลลาร์ต่อตันคาร์บอน (ตัวเลขปี 2025) ผมไปอ่านเจอเคสบริษัทหนึ่งในโบลิเวียที่เอาเศษไม้มาทำไบโอชาร์จนไมโครซอฟท์เซ็นสัญญาซื้อยาว 10 ปี เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง เพราะมันมีบทเรียนที่ไม่เกี่ยวกับถ่านเลยแม้แต่นิดเดียว
ของที่เคยเผาทิ้งข้างแปลง วันนี้มีคนซื้อเป็นตัน
ในสวนบ้านเรา เศษกิ่ง เศษใบ เศษไม้ที่ตัดแต่งทุกฤดู ส่วนใหญ่จบที่กองไฟข้างแปลง เผาทิ้งเพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
แต่พอไปอ่านรายงานถึงได้รู้ว่า ถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์ ที่ได้จากการเผาแบบควบคุมออกซิเจน (ไม่ใช่เผากองสุมธรรมดา) วันนี้มีตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตรองรับอยู่ รายงานของ Sylvera บอกว่าปี 2025 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราว 164 ดอลลาร์ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์ ขึ้นจาก 131 ดอลลาร์ในปี 2023 ส่วนอีกรายงานให้ค่าเฉลี่ยราว 177 ดอลลาร์ และแยกให้เห็นว่าเครดิตคุณภาพสูงที่ผ่านการตรวจเข้มขายได้ราว 200 ดอลลาร์ ขณะที่เครดิตที่ตรวจหลวมกว่าอยู่ราว 153 ดอลลาร์
พูดง่ายๆ คือถ่านที่เคยไม่มีมูลค่าอะไรเลยนอกจากใช้ปรับปรุงดินในแปลงตัวเอง วันนี้กลายเป็นสินค้าที่มีตลาดโลกรองรับ มีราคาอ้างอิง มีคนซื้อจริงจัง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในกระดาษ
เคสจากโบลิเวีย เศษไม้ที่ไมโครซอฟท์ยอมเซ็นสัญญายาว
เคสที่ผมสะดุดตาที่สุดคือบริษัทชื่อ Exomad Green ในโบลิเวีย เขาเอาเศษไม้จากงานป่าไม้ ซึ่งปกติจะถูกเผาทิ้งในหลุมไฟ มาแปรรูปเป็นไบโอชาร์ในระดับอุตสาหกรรม ไม่ใช่เผากองเล็กๆ แบบที่เราคุ้นเคย
สิ่งที่ทำให้เคสนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ขนาดโรงงาน แต่คือเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ไมโครซอฟท์เซ็นสัญญาซื้อการกักเก็บคาร์บอนจากเขา 1.24 ล้านตัน ระยะเวลา 10 ปี ข่าวบอกว่าเป็นดีลไบโอชาร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นี่ไม่ใช่การซื้อครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นสัญญาผูกพันระยะยาว
ผมนั่งคิดว่าทำไมบริษัทระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์ถึงยอมผูกสัญญายาวกับโรงงานไบโอชาร์ในโบลิเวีย คำตอบที่ผมคิดได้คือ เขาไม่ได้ต้องการถ่าน เขาต้องการความแน่นอนว่าคาร์บอนที่ซื้อไปจะถูกเก็บไว้จริง วัดได้จริง ตรวจสอบย้อนหลังได้จริง ทุกปี ไม่ใช่แค่ปีเดียวแล้วเลิก
จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด เขาไม่ได้ซื้อถ่าน เขาซื้อหลักฐาน
ตัวเลขที่ผมอ่านแล้วต้องหยุดคิดนานคือ ราคาเครดิตแยกตามความเข้มของการตรวจสอบ เครดิตที่ผ่านการตรวจเข้มขายได้ราว 200 ดอลลาร์ ส่วนที่ตรวจหลวมกว่าได้ราว 153 ดอลลาร์ และรายงานเดียวกันบอกว่าการซื้อของบริษัทใหญ่ไปอยู่ที่โครงการที่ผ่านการตรวจเข้ม (41%) มากกว่าโครงการคุณภาพต่ำ (13%)
ผมตีความว่าสิ่งที่ตลาดคาร์บอนเครดิตซื้อขายกันจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวถ่าน แต่คือหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าคาร์บอนนั้นถูกกักเก็บไว้จริง มีการวัด มีการตรวจสอบ มีระบบย้อนกลับไปดูได้ ถ่านเป็นของที่ใครก็เผาได้ แต่หลักฐานที่คนระดับไมโครซอฟท์ยอมจ่ายแพงกว่า เป็นของที่ต้องมีระบบรองรับ ไม่ใช่แค่มีของ
ผมมองว่านี่คือภาพย่อของเกษตรยุคนี้เลย ทุเรียนที่จะส่งออกไปจีนต้องมีใบรับรองสวน (GAP) ผักที่จะขายในเซกเมนต์อินทรีย์ต้องมีใบรับรองมาตรฐาน จะขายเข้าโมเดิร์นเทรดก็ต้องมีเอกสารที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครปลูก ปลูกที่ไหน ปลูกยังไง ของดีอย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแล้ว ต้องเป็นของดีบวกพิสูจน์ได้ ถึงจะขายได้ราคาที่สูงกว่า
ทำไมเครดิตแบบเดียวกันถึงราคาไม่เท่ากัน
ตัวเลขที่ผมว่าน่าสนใจคือ เครดิตที่ผ่านการตรวจเข้มกับที่ตรวจหลวมกว่า ราคาห่างกันราว 47 ดอลลาร์ต่อตัน หรือราว 30% ทั้งที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกันคือคาร์บอนเครดิตจากไบโอชาร์
รายงานแบ่งกลุ่มราคาตามความเข้มของการตรวจสอบ ผมเลยมองว่าสิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันคือความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบ โครงการที่ตรวจได้ละเอียดกว่า ก็ขายได้ราคาสูงกว่า
ผมว่าเรื่องนี้ใช้ได้กับธุรกิจเกษตรทุกแขนงเลย ทุเรียนเกรดเดียวกัน สวนสองแห่งที่ปลูกด้วยวิธีคล้ายกัน แต่แห่งหนึ่งมีบันทึกการใช้ปุ๋ยการเก็บเกี่ยวครบ อีกแห่งไม่มีอะไรเลยนอกจากความจำ ราคาที่ได้จากคนซื้อจริงจังไม่มีทางเท่ากัน
ถ้าเป็นบ้านเราจะเอาไปใช้ยังไง
ผมไม่คิดว่าเกษตรกรไทยรายเล็กจะกระโดดไปขายคาร์บอนเครดิตในตลาดโลกได้ทันที เพราะการเข้าตลาดแบบที่ Exomad Green ทำ ต้องมีระบบวัดคาร์บอนที่ได้มาตรฐานสากล ต้องมีหน่วยงานรับรอง ต้องมีเงินทุนตั้งต้นและปริมาณการผลิตระดับโรงงาน สวนไม่กี่ไร่ทำเองคนเดียวไม่ไหวแน่นอน
แต่สิ่งที่ผมว่าเรายังทำได้วันนี้คือเริ่มจดบันทึกก่อน เศษกิ่งเศษใบที่เผาทิ้งทุกปี เผาเท่าไหร่ เผาตอนไหน ถ้าเปลี่ยนมาทำเป็นไบโอชาร์แบบควบคุมแทนการเผากองสุมธรรมดา อย่างน้อยก็ได้ปรับปรุงดินในแปลงตัวเอง แล้วถ้าวันหน้ามีสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันทำโครงการแบบนี้ เราจะเป็นคนที่มีข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
เทียบกับตอนที่ทุเรียนต้องมี GAP หรือผักอินทรีย์ต้องมีใบรับรอง คนที่เริ่มจดบันทึกก่อนคนอื่น มักเป็นคนที่ยื่นขอใบรับรองได้ไวกว่า เพราะมีประวัติการทำงานให้ตรวจสอบย้อนหลัง ผมว่าเรื่องไบโอชาร์ก็จะเดินตามทางเดียวกัน ใครเริ่มจดวันนี้ จะพร้อมก่อนตอนที่ตลาดเรียกหาเอกสารจริงๆ
ข้อคิดที่ผมเอากลับมา
เคสไบโอชาร์นี้เลยยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ผมรู้อยู่แล้ว แต่บางทีก็ลืม คือของที่ขายได้ราคาดีในตลาดยุคนี้ ไม่ใช่ของที่ดีที่สุด แต่คือของที่พิสูจน์ตัวเองได้ดีที่สุด
ทุกวันนี้ในสวนหรือในธุรกิจของเราจดอะไรไว้บ้าง ปุ๋ยที่ใส่ วันที่เก็บเกี่ยว ปริมาณของเหลือที่เผาทิ้ง ถ้ายังจำเอาอย่างเดียวโดยไม่มีบันทึก วันที่ตลาดเรียกหาเอกสารจริงๆ เราจะเป็นคนที่ต้องเริ่มใหม่ ในขณะที่คนอื่นพร้อมไปแล้ว
ตัวเลขของเคสนี้
| ราคาเฉลี่ยคาร์บอนเครดิตไบโอชาร์ปี 2025 | ราว 164-177 ดอลลาร์/ตัน CO2 (แล้วแต่แหล่ง) |
| เครดิตที่ผ่านการตรวจเข้ม | ราว 200 ดอลลาร์/ตัน |
| เครดิตที่ตรวจหลวมกว่า | ราว 153 ดอลลาร์/ตัน |
| บริษัทเคส | Exomad Green (โบลิเวีย) |
| วัตถุดิบ | เศษไม้จากงานป่าไม้ที่ปกติถูกเผาทิ้ง |
| คู่สัญญา | Microsoft เซ็น พ.ค. 2025: 1.24 ล้านตัน CO2 ใน 10 ปี |
คำถามที่คนถามบ่อย
เกษตรกรไทยขายคาร์บอนเครดิตจากไบโอชาร์ได้เลยไหม
ตามข้อมูลที่มี การเข้าตลาดคาร์บอนเครดิตต้องมีระบบวัดผลและเอกสารรับรองระดับสากล ซึ่งสวนรายเล็กทำเองคนเดียวได้ยาก ต้องอาศัยการรวมกลุ่มหรือหน่วยงานที่มีระบบรองรับ
ทำไมราคาคาร์บอนเครดิตไบโอชาร์ถึงไม่เท่ากัน
รายงานที่อ้างถึงแยกราคาตามความเข้มของการตรวจสอบ เครดิตที่ผ่านการตรวจเข้มได้ราว 200 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนที่ตรวจหลวมกว่าได้ราว 153 ดอลลาร์ต่อตัน ผู้ซื้อรายใหญ่เลือกซื้อจากโครงการที่ตรวจเข้มมากกว่า
ไบโอชาร์ต่างจากถ่านที่เราเผากองสุมทั่วไปยังไง
ข้อมูลที่มีระบุว่าไบโอชาร์ที่เข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตต้องผลิตแบบควบคุมและวัดปริมาณคาร์บอนได้ เช่นเคสของ Exomad Green ที่ทำในระดับอุตสาหกรรม ไม่ใช่การเผากองทิ้งข้างแปลงแบบที่เกษตรกรทั่วไปทำ
เกษตรกรรายเล็กควรเริ่มทำอะไรตอนนี้ถ้าสนใจเรื่องนี้
จากบทเรียนในบทความ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเริ่มจดบันทึกปริมาณเศษวัสดุที่เผาทิ้งในแปลง เพราะถ้าวันหน้ามีโครงการรวมกลุ่มเกิดขึ้น คนที่มีข้อมูลพร้อมจะเริ่มต้นได้เร็วกว่า
ผมอ่านมาจากไหน
อ่านต่อในเว็บ
วันนี้ในสวนคุณ มีเศษกิ่งเศษใบที่เผาทิ้งอยู่บ้างไหม
เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน
เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ
ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

