ทักมาคุย
Drone-as-a-Service อินเดีย ขายบริการเกษตรไม่ต้องมีที่ดิน
เกษตร

Drone-as-a-Service อินเดีย ขายบริการเกษตรไม่ต้องมีที่ดิน

โดย Sharif Densumite 26 กันยายน 2026

ที่อินเดีย มีบทความประเมินว่าคนทำธุรกิจรับจ้างพ่นยาด้วยโดรน 1 ราย มีรายได้ราว 8-18 แสนรูปีต่อปี ทั้งที่ธุรกิจนี้ไม่ต้องใช้ที่ดินของตัวเองเลย เขาขายแค่ “บริการ” ให้คนที่มีที่ดินอยู่แล้ว นี่คือเรื่องที่ผมอ่านแล้วอยากให้คนที่บอกว่า “อยากทำเกษตรแต่ไม่มีที่ดิน” ได้อ่านครับ

โมเดลที่ไม่ต้องมีที่ดินสักตารางวา

เรื่องที่ผมอ่านเจอมาจากอินเดียนี่มันตรงข้ามกับภาพจำเรื่องทำเกษตรเลยครับ ปกติเราคิดว่าจะทำเกษตรต้องมีที่ดินก่อน ต้องปลูกเอง ต้องดูแลเอง แต่ธุรกิจนี้ไม่ต้องปลูกอะไรเองเลย

สิ่งที่เขาทำคือซื้อโดรนพ่นยา แล้ววิ่งรับจ้างพ่นยาให้เกษตรกรที่มีที่ดินอยู่แล้วในพื้นที่ เกษตรกรจ่ายเงินตามจำนวนเอเคอร์ที่พ่น เขาก็ทำงานไป

พูดง่ายๆ คือเขาไม่ได้อยู่ในธุรกิจ “ปลูกพืช” แต่อยู่ในธุรกิจ “บริการให้คนปลูกพืช” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันเลย แต่ทั้งสองอย่างอยู่ในวงการเกษตรเหมือนกัน

ตัวเลขที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ

ค่าบริการพ่นยาด้วยโดรนที่อินเดียอยู่ที่ 300-700 รูปีต่อเอเคอร์ครับ ถ้าเป็นงานของกลุ่มผู้หญิงในชุมชน (SHG) ราคาจะอยู่ที่ราว 400-600 รูปีต่อเอเคอร์

โดรนหนึ่งลำวิ่งงานได้วันละราว 10-15 เอเคอร์ บางแหล่งประเมินไว้สูงถึง 30-50 เอเคอร์ ตัวเลขแต่ละแหล่งให้ไว้ไม่เท่ากัน แต่ที่ชัดคือในหนึ่งวันไม่ได้พ่นแค่แปลงเดียว วิ่งได้หลายแปลงต่อวัน

ส่วนรายได้ทั้งปี บทความหนึ่งประเมินว่าคนทำธุรกิจรับจ้างพ่นโดรน 1 ราย ทำได้ราว 8-18 แสนรูปี เป็นช่วงที่ค่อนข้างกว้าง ผมเดาว่าขึ้นกับว่าวิ่งงานได้สม่ำเสมอแค่ไหน

รัฐบาลดันเต็มที่ ตั้งเป้าให้ชัด

ที่น่าสนใจคือรัฐบาลอินเดียไม่ได้ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเองตามยถากรรม ในแนวทางของโครงการ Namo Drone Didi เขียนไว้ว่า รัฐจะคอยช่วยกลุ่มผู้หญิงที่ได้โดรนไป ให้หางานได้ครอบคลุมพื้นที่อย่างน้อย 2,000-2,500 เอเคอร์ต่อปี

โครงการนี้ให้โดรนกับกลุ่มผู้หญิงในชุมชน แล้วฝึกให้เป็นคนขับโดยเฉพาะ มีหลักสูตรฝึกราว 15 วัน เพื่อรับจ้างพ่นปุ๋ยพ่นยาให้เกษตรกรในพื้นที่

สิ่งที่ผมชอบตรงนี้คือรัฐไม่ได้แค่แจกโดรน แต่ฝึกคนขับให้ด้วย และตั้งเป้าว่าจะช่วยให้มีงานวิ่งทั้งปี ไม่ใช่ทิ้งให้คนได้โดรนไปงมเองว่าจะหาลูกค้ายังไง

จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด

จุดที่ผมชอบคือวิธีคิดเรื่องการใช้เครื่องมือครับ ผมว่าเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่คงไม่อยากซื้อโดรนเป็นของตัวเอง เพราะซื้อมาใช้ปีละไม่กี่ครั้ง ไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป แต่คนที่ซื้อโดรนแล้ววิ่งรับจ้างทั้งอำเภอ กลับคุ้มกว่ามาก

ของชิ้นเดียวกัน คนละวิธีใช้ กำไรคนละเรื่องเลย โดรนลำเดียวกันเป๊ะ ถ้าเจ้าของที่ดินซื้อไว้ใช้เองปีละครั้งสองครั้ง มันคือของแพงที่จอดเฉยๆ แต่ถ้าคนรับจ้างซื้อไว้วิ่งงานทุกวัน มันคือเครื่องมือทำเงิน

สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ตัวเครื่อง แต่เป็นวิธีที่เอาไปใช้ครับ นี่คือบทเรียนที่ผมว่าสำคัญมากกว่าเรื่องโดรนเสียอีก เพราะมันใช้ได้กับเครื่องมือเกษตรแทบทุกชนิด ไม่ใช่แค่โดรน

ถ้าเป็นบ้านเราจะเอาไปใช้ยังไง

บ้านเราก็เหมือนกันครับ เครื่องมือเกษตรหลายอย่างซื้อมาแล้วจอดอยู่ใต้ถุนบ้านเกือบทั้งปี ใช้จริงแค่ช่วงเก็บเกี่ยวหรือช่วงเตรียมดิน นั่นคือเงินที่นอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำงานอะไรให้เรา

ถ้ามองอีกมุม ของที่จอดอยู่ในโรงเรือนของเรามันเป็นธุรกิจรับจ้างได้ทั้งนั้น ตั้งแต่เครื่องตัดหญ้า เครื่องสีข้าว รถไถ ไปจนถึงห้องเย็น สิ่งที่เจ้าของสวนเล็กๆ หลายคนที่บ้านเรามีอยู่แล้วแต่ไม่ได้มองว่ามันเป็นช่องทางรายได้เพิ่ม

ไม่ต้องรอมีที่ดินก่อนถึงจะเริ่มครับ เริ่มจากขายบริการให้คนที่มีที่ดินก่อนก็ได้ คนที่ไม่มีที่ดินแต่มีเครื่องมือหรือความรู้ในการใช้เครื่องมือ ก็เข้าวงการเกษตรได้เหมือนกัน ไม่ต่างจากคนขับโดรนที่อินเดีย

ถ้าใครจะเริ่มทำจริงในบ้านเรา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือไปคุยกับเกษตรกรในพื้นที่ตัวเองว่าเขายินดีจ่ายราคาไหน แล้วดูว่ามีลูกค้าพอให้วิ่งงานสม่ำเสมอหรือเปล่า

แต่ก็มีจุดที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนเริ่ม

สิ่งที่ผมสังเกตจากตัวเลขคือ ถ้าจะวิ่งให้ถึง 2,000-2,500 เอเคอร์ต่อปี แล้วโดรนวิ่งได้วันละ 10-15 เอเคอร์ ก็ต้องมีงานราว 130-250 วันต่อปี คือต้องมีงานเข้ามาสม่ำเสมอ ไม่ใช่รอลูกค้ามาเป็นครั้งคราว

นี่คือจุดที่คนอยากเริ่มธุรกิจแบบนี้ต้องคิดให้ดี เพราะถ้าซื้อเครื่องมือมาแล้วแต่หาลูกค้าไม่พอ วันว่างก็คือเงินที่หายไปเฉยๆ เหมือนเครื่องมือที่จอดใต้ถุนบ้านนั่นแหละ แค่เปลี่ยนที่จอดจากบ้านตัวเองไปเป็นโรงเก็บของคนอื่น

บทเรียนที่ผมได้จากเรื่องนี้คือ ต้องหาลูกค้าให้ชัดก่อน แล้วค่อยลงทุนซื้อเครื่อง ไม่ใช่ซื้อเครื่องก่อนแล้วค่อยไปหาลูกค้า

ตัวเลขของเคสนี้

ค่าบริการพ่นยาด้วยโดรน300-700 รูปี/เอเคอร์
ราคางานของกลุ่มผู้หญิงในชุมชน (SHG)400-600 รูปี/เอเคอร์
ปริมาณงานต่อวันของโดรน 1 ลำ10-15 เอเคอร์ (บางแหล่งว่า 30-50)
รายได้ธุรกิจรับจ้างพ่นโดรน 1 รายต่อปี (ประเมิน)8-18 แสนรูปี
เป้าพื้นที่ต่อปีของกลุ่ม Namo Drone Didiอย่างน้อย 2,000-2,500 เอเคอร์

คำถามที่คนถามบ่อย

ไม่มีที่ดินเลย เริ่มขายบริการแบบนี้ได้จริงหรือ?

ได้ครับ ธุรกิจรับจ้างพ่นยาด้วยโดรนที่อินเดียไม่ต้องใช้ที่ดินของตัวเอง รายได้มาจากค่าจ้างพ่นให้เจ้าของที่ดิน หัวใจคือขายบริการไม่ใช่ขายผลผลิต

ราคาบริการต่อเอเคอร์ในอินเดียแพงหรือถูก?

อยู่ที่ 300-700 รูปีต่อเอเคอร์ ถ้าเป็นงานของกลุ่มผู้หญิงในชุมชนจะอยู่ราว 400-600 รูปีต่อเอเคอร์

ทำไมรัฐบาลอินเดียถึงฝึกผู้หญิงขับโดรนโดยเฉพาะ?

ข้อมูลที่ผมอ่านบอกว่าโครงการ Namo Drone Didi ให้โดรนกับกลุ่มผู้หญิงในชุมชน และฝึกให้เป็นคนขับ เพื่อรับจ้างพ่นปุ๋ยพ่นยาให้เกษตรกร เป็นการเปิดช่องทางรายได้ให้กลุ่มนี้

โดรน 1 ลำต้องวิ่งงานแค่ไหน?

แนวทางโครงการ Namo Drone Didi ตั้งเป้าให้กลุ่มที่ได้โดรน วิ่งงานให้ได้อย่างน้อย 2,000-2,500 เอเคอร์ต่อปี ถ้าวิ่งวันละ 10-15 เอเคอร์ ก็ต้องมีงานราว 130-250 วันต่อปี ไม่ใช่รอลูกค้ามาเป็นครั้งคราว

ผมอ่านมาจากไหน

อ่านต่อในเว็บ

เครื่องมือที่จอดอยู่เฉยๆ ในโรงเรือนบ้านคุณตอนนี้ มีกี่ชิ้น?

เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน

เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ

ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

ทำแปลงอยู่เหมือนกัน คุยกันได้

แปลงนี้ผมลงมือทำเองทุกขั้นแล้วจดไว้ทุกรอบ ใครติดตรงไหนอยู่ หรืออยากรู้ว่าผมใช้อะไรบ้าง ทักมาถามได้เลยครับ ผมตอบเอง

ทักมาคุยเรื่องแปลง

อ่านต่อเรื่องนี้