fbpx
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 11, 2022
หน้าแรกBusiness CasesMindset การทำ Startup ให้ยั่งยืน

Mindset การทำ Startup ให้ยั่งยืน

Mindset คืออะไร? ทำไมคนจะชอบพูดถึงกันเยอะ บอกเลยครับ ว่า Mindset นี้เป็นพื้นฐานความคิด ของการทำอะไรสักอย่างให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะหากทำแบบเดิม นอกจากไม่มีอะไรดีขึ้น อาจจะเหนื่อยกว่าเดิมก็เป็นแน่ หลักๆ ก็มาจาก “ความคิด ของเรานี่แหละ”

ท้าวความที่ สาระรีฟ เขียนบทความในเรื่องของ Startup ใน 2 ตอนก่อนหน้า (เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน) ไปอ่านย้อนกันได้ ซึ่งแต่ละตอน แยกออกจากกัน ไม่จำเป็นต้อง อ่านเรียง

บทความนี้ จะมาต่อกันใน 2 ตอนว่า หลังจาก เจ๊งไปแล้ว (ตอนที่ 1) แต่ไม่เข็ด มาทำใหม่ (ตอนที่ 2) ตอนนี้จะมาพูดว่า ในเมื่อยังบ้าที่จะมาทำอีกรอบ จะทำอย่างไรละ ให้มันยั่งยืน ไม่งั้นนะ จุดจบอาจจะวนกลับมาเป็นเหมือนตอนที่ 1 ได้ ง่ายๆ เลย

Traction โต ยอดขายกระจาย

Mindset การทำ-Startup-ให้ยั่งยืน-กับกรณีศึกษา-Pinsouq-Traction-โต-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

Startup ที่ทำตัว 2 หลังจาก ล้มแล้วลุก แล้วยังบ้าที่จะมาทำธุรกิจ ที่โคตรจะไม่รวยเลย ด้วยเริ่มต้นทำโปรเจ็ค Pinsouq ตลาดซื้อขายสินค้าฮาลาล โดยหลัก ๆ ก็เป็นตลาดที่รวบรวมสินค้าฮาลาลทั้งประเทศ มาซื้อขายที่เดียวจบ ใครอยากจะซื้อ ใครอยากจะขาย ก็มาที่นี้แหละ จบในที่เดียว มีรูปแบบการชำระเงินแทบจะครบทุกอย่าง ไม่ต่างกับระบบใหญ่ ๆ ที่เรารู้จักกันเลย

เริ่มจาก Traction หรือ พูดง่ายๆ ในภาษา Startup ใช้กันที่สื่อถึง การเติบโตของบริษัทมันโตแค่ใหน คนใช้เยอะหรือเปล่า รายได้เป็นยังไง เติบโตเป็นยังไงบ้างในแต่ละเดือน บอกเลยว่า ตอนเปิดมาแรก ๆ นี้แทบจะตบยุง ไม่มีคนซื้อเลย แต่พอเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยให้แบรนด์แต่ละแบรนด์เรียกลูกค้า เข้าในช่องทางที่เราทำให้เขาเลย ยอดก็เริ่มมา คนมาซื้อของก็เยอะขึ้น แต่ละวันนี้แทบไม่อยากทำอะไรเลย นอกจากกด Refresh หน้าจอ ดูว่ามีใครสั่งของอะไรบ้าง ถ้ามีก็จะดีใจแทบโลดเต้น

2-3 วัน สาระรีฟ ก็จะมาสรุปยอดโอนให้ร้าน แบบโคตร Manual เลย คือทำบน Excel สรุปว่าต้องโอนให้เท่าใหร่ หักค่าคอมเท่าใหร่ โอนเข้าบัญชีใหน ถ้าเกิดเจอร้านใหม่ๆ ที่เพิ่งลง แล้วเพิ่งขายได้ บอกเลยว่าสุดยอดตรงที่ว่า เขาไม่ได้ใส่เลขบัญชีร้าน ระบบก็โอนไม่ได้ ต้องมานั่งตามทีละเจ้า บอกเลยวัน ๆ หมดไปกับเรื่องพวกนี้ แต่ก็ได้ความรู้สึกดีใจ ที่มีคนมาซื้อของในระบบเรา

เงินคงเหลือเริ่มร่อยหรอ

Mindset การทำ-Startup-ให้ยั่งยืน-กับกรณีศึกษา-Pinsouq-เงินหมด-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

สังเกตุว่า พอยอดขายเริ่มเยอะขึ้น เราก็เริ่มมี ไอเดียทำการตลาดใหม่ ๆ แบบว่าระบบติดแล้วว้อย มาปั้มยอดกันต่อ จะได้รวยๆ เหมือนเจฟ เบซอส (เจ้าของเว็บไซต์ Amazon) ค่าคอมก็สะสมในบัญชีเรื่อยๆ จากหลักร้อย ขึ้นมาหลักพัน หลักหมื่น จนแบบน้ำตาแทบจะร่วง บริษัทมีรายได้สักที

แต่ทว่า พอมันเริ่มต้องทำการตลาดนี้แหละ ที่แบบเราจะเร่งโต ก็เริ่มเอาเงินเก็บมาใช้ ยิงโฆษณา Facebook บ้าง จ้างทำรูปภาพประชาสัมพันธ์ บางครั้งก็จ้างเขียนการทำงานใหม่ๆ จะได้มีบริการมากขึ้นกว่าเดิม คนจะได้ใช้กันมากขึ้น

พอระบบมันโตเร็ว เกินกว่าเงินที่เรามี เรารักษาคุณภาพไม่ทัน จากที่เคยดูแลลูกค้าแบบแทบจะปูพรมแดง แต่พอคนใช้เยอะขึ้น ก็เริ่มปูพรมไม่ทัน ก็แก้ไขหน้างานไปเรื่อย ก็มีโดนด่าบ้าง อะไรบ้าง ก็ถือว่าเรียนรู้ไป เพื่อที่จะมาปรับธุรกิจให้ดีขึ้น

เริ่มท้อ เงินกินแทบไม่มี

Mindset การทำ-Startup-ให้ยั่งยืน-กับกรณีศึกษา-Pinsouq-เงินเริ่มหมด-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

บอกเลยว่าทุกการโต เงินก็ต้องใช้มากขึ้น สุดท้ายเงินที่มีอยู่ทั้งที่เราได้เงินจากนักลงทุน Angel Investor มาก็เริ่มจะหมด แบบว่า ชิบหายแล้ว หมดก้อนนี้ ทุกคนได้แยกย้าย เก็บกระเป๋า ไปหางานอื่นงานทำแน่นอน

เงินเดือนที่ ทำมา เกือบปี ไม่ได้สักบาท งานอื่นก็ไม่อยากรับ เพราะต้องเต็มที่กับสิ่งที่ทำ หากรับมาแล้ว ก็ต้องปั่นงานให้เสร็จตามกำหนดอีก งานหลักที่เราอยากให้ธุรกิจโตก็อาจจะเริ่มขาลงอีกก็ได้ (อารมณ์แบบว่า ในเมื่อไฟลามทุ่งแล้ว ต้องรีบใส่ไฟให้ไฟมากกว่าเดิม) สรุปแล้ว จากที่ไม่รับงานอะไรเลย เงินเดือนก็ไม่ได้ เงินกินเริ่มร่อยหรอ เข้าสู่สภาวะ อดอยากอีกแล้ว (อนาถจริงๆ)

ไปต่อยังไงดี

Mindset การทำ-Startup-ให้ยั่งยืน-กับกรณีศึกษา-Pinsouq-ต้องสู้-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

พอเงินเริ่มไม่มี ก็จะเริ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อยว่า นี้เราทำอะไรอยู่วะเนี่ย ทำไมชีวิตมันแย่แบบนี้ ทำธุรกิจ อุตส่าคิดว่าน่าจะไปได้สวยเชียวนะ แต่พอทำจริง ทำไมไม่เห็นเหมือนที่คิดเลย ถ้าให้เทียบก็แบบว่า สิ่งที่คิด กับสิ่งที่เป็น นี้มันช่างเป็นโลกคู่ขนานซะจริงๆ

หลังจากนั้น ทางผู้ก่อตั้งก็ได้เริ่มคุยว่าเอาไงต่อ เราจะไปกันต่อดีไหม ดูท่าแล้ว แต่ละคนชีวิตพังกว่าเดิม หลังจากมาทำ Startup จากที่มีเงินกิน พอมีเงินเก็บบ้าง กลายเป็นแทบไม่เหลืออะไรเลย สรุปแล้วคุยกัน 2-3 คน ก็รู้สึกว่า ไปต่อละกัน แต่ต้องไม่ทำแบบเดิม แล้วหาหุ้นส่วนเพิ่มมาเติมเต็ม ที่สิ่งที่จำเป็นต้องทำ

สู้จน สำเร็จ

Mindset การทำ-Startup-ให้ยั่งยืน-กับกรณีศึกษา-Pinsouq-สาขา-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

จากการตัดสินใจว่าจะไปต่อ เลยทำให้ได้ หุ้นส่วนเพิ่ม (พร้อมที่จะลากมาลงเส้นทางอดอยากด้วยกัน) ซึ่งบอกเลย ตอนขายฝัน ชวนมาร่วมโปรเจ็คด้วยกัน ก็ดูดีไปหมด แต่การันตีอะไรไม่ได้เลยว่า มันจะมีเงินกินชัวร์ แต่มีโอกาสมากกว่าเดิมแน่นอน

สรุปแล้ว สิ่งที่เราเลือกทำคือ เปลี่ยนแผนธุรกิจ กลยุทธ์ใหม่หมด จากที่เน้นสร้างภาพว่าระบบเรามียอดการสั่งซื้อมากมาย ประสบความสำเร็จที่เป็นระบบด้านฮาลาลออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ไปสู่การทิ้งทุกอย่าง เพื่อเริ่มสิ่งที่ต้องทำ มากกว่าการทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เราสรุปกันว่า เราจะเอาเงินก้อนสุดท้ายมาลง ซึ่งตอนนั้นมีเงิน 24,000 บาท เท่านั้น (เงินส่วนตัวล้วนๆ) มาตัดสินใจขายของแบบออฟไฟลน์เป็นหลัก พ่วงออนไลน์ไปด้วย (ตอนนั้นสัก 3 ปีที่แล้ว) พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เริ่มมีบ้างแล้ว แต่ไม่เยอะเท่าปัจจุบัน ส่วนที่เราตัดสินใจ ณ วันนั้นคือ เอาเงินไปซื้อ ตู้เย็นแช่แข็ง เราจะมาเล่นตลาดแช่แข็งกัน จึงทำให้เรามีตู้เย็นใบแรก

ลองผิด ลองถูก จนได้ยอด 15 ล้าน

Mindset การทำ-Startup-ให้ยั่งยืน-กับกรณีศึกษา-Pinsouq-สาระรีฟ-การตลาดบ้านๆ

ตลาดแช่แข็งที่เราลองทำ สาระรีฟและหุ้นส่วนใหม่ที่มาลงความลำบากด้วยกัน ก็มาทำคือเอาของขับรถตระเวนรอบเมือง นำเสนอไปทุกร้านเลย ว่าใครจะเอาบ้าง จนของที่เราเอาขึ้นรถหมด ภายในครึ่งวัน (รู้สึกดีใจมาก ได้เงินสดมาเป็นฟ่อนเลย)

สินค้าที่เราได้มาทำตลาดตอนแรก เป็นคนรู้จักของหุ้นส่วนทุกคน ที่แต่เดิมเขาก็ได้มีโอกาสร่วมงานกัน คนละงาน สองงานกับหุ้นส่วน เขาเลยกล้าที่จะให้สินค้าเขา มาให้เราขายแบบเครดิต โดยเงื่อนไขคือ ถ้าจะสั่งล๊อตใหม่ โอนล๊อตเก่าให้หมด ล๊อตใหม่ถึงจะส่งมา

หลังจากนั้น เราได้ยอดได้เกือบ 2 ล้านได้ ภายในระยะเวลา 3 เดือน ความรู้สึกเลยแบบ เชร้ดโด้ หาเจอแล้ว ธุรกิจที่ยั่งยืน หลังจากนั้นเราก็ดำเนินตาม Mindset ใหม่เลยก็คือ เราจะไม่เน้นเทคโนโลยีในการเปลี่ยนพฤติกรรมคน เหมือนกับ Startup ทั่วไปๆ ไปแต่เราจะสร้างตลาดก่อน แล้วค่อยหาเทคโนโลยีมาจับแทน จึงทำให้เราคิดคอนเสปการทำธุรกิจ ในแบบของ Pinsouq คือ

ทำธุรกิจแบบ SME แต่ต้องโตแบบ Startup

ตั้งแต่วันนั้น ผ่านมาก็ 3 ปีจากยอดขายไม่กี่แสน จบปีนี้ (2562) สาระรีฟคิดว่า ธุรกิจน่าจะแตะที่ 15 ล้านซึ่งเป็นจุดที่เราคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมีวันนี้ได้ หากเราไม่กล้าพอ ที่จะเปลี่ยนความคิดใหม่ และยอมทิ้งหลายๆ อย่างที่เราคิดว่าสำเร็จ เพื่อไปหาอนาคตที่ดีกว่า สิ่งที่เล่าทั้งหมดนี้แหละ เป็นสิ่งที่สาระรีฟ อยากมาแบ่งปัน วิธีการทำ Startup ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สุดท้ายแล้ว หากใครอยากถาม หรือพูดคุย Add Line (คลิ๊ก) หรือ ทัก Chat Facebook (คลิ๊ก) แล้วแต่สะดวกได้เลย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ หวังว่าเนื้อหานี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

สำหรับใครที่สงสัยว่า สาระรีฟ คืออะไรสามารถอ่านได้ ที่นี่เลยครับ สาระรีฟ.com ส่วนนี้จะอธิบายว่าบทความต่าง ๆ ที่จะมาแชร์กันมีเรื่องอะไรกันบ้าง หวังว่าจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ

Sharif Densumite
Sharif Densumitehttp://www.sararif.com
Chief Executive Officer - Has Order Co, Ltd.
RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments