ที่ญี่ปุ่นมีแปลงนาทดลองที่ปลูกข้าวอยู่ใต้แผงโซลาร์ครับ ผลทดลอง 6 ปีพบว่าแปลงนี้มีรายได้รวมจากข้าวและไฟฟ้า 18.7 ล้านเยนต่อเฮกตาร์ต่อปี ในขณะที่แปลงเทียบที่ไม่มีแผงทำได้ 1.3 ล้านเยน ต่างกัน 14 เท่า แต่แลกมาด้วยผลผลิตข้าวที่หายไป 23% ผมไปอ่านเจอเรื่องนี้แล้วชอบมาก เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง
แปลงข้าวที่มีแผงโซลาร์อยู่ข้างบน คืออะไรกันแน่
เรื่องนี้เขาเรียกกันว่า agrivoltaics คือเอาแผงโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งเหนือแปลงเกษตรที่ยังปลูกพืชอยู่ตามปกติ ไม่ใช่เอาที่ไปทำโซลาร์ฟาร์มแล้วเลิกปลูกพืชนะครับ แต่ทำสองอย่างพร้อมกันบนที่ดินผืนเดียว ในแปลงทดลองนี้ แผงยกสูง 3.3 เมตร คลุมพื้นที่ราว 27% ให้แสงแดดยังลอดลงมาถึงต้นข้าวได้บางส่วน
เคสที่ผมอ่านเจอเป็นงานทดลองของนักวิจัยมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่เมืองชิกุเซย์ เก็บข้อมูลต่อเนื่อง 6 ปี (2018-2023) จนพอจะบอกได้ว่าทำแล้วได้อะไร เสียอะไร ผมว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นตัวเลขรายได้ที่มันต่างกันชัดมากจนต้องมาเล่าให้ฟัง
ตัวเลขที่ผมอ่านเจอแล้วต้องอ่านซ้ำ
รายได้รวมต่อพื้นที่ของแปลงทดลองนี้อยู่ที่ 18.7 ล้านเยนต่อเฮกตาร์ต่อปี คิดเป็นเงินดอลลาร์ประมาณ 124,615 ดอลลาร์ ส่วนแปลงเทียบที่ไม่มีแผงอยู่ที่ 1.3 ล้านเยนต่อเฮกตาร์ต่อปี
ต่างกัน 14 เท่าครับ ผมอ่านรอบแรกยังไม่เชื่อ ต้องกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบ เพราะรายได้ต่างกันขนาดนี้มันไม่ใช่แค่ปลูกเก่งขึ้นหรือขายแพงขึ้น มันมาจากการที่แปลงเดียวกันมีรายได้สองทางพร้อมกัน ทั้งจากข้าวที่ยังเก็บเกี่ยวได้ และจากไฟฟ้าที่แผงโซลาร์ผลิตออกมาขาย
ส่วนต่างขนาดนี้บอกผมว่า ในแปลงนี้ รายได้จากไฟฟ้ามีน้ำหนักมากกว่ารายได้จากข้าวเยอะมาก
แต่ข้าวหายไป 23% — ราคาที่ต้องจ่าย
เรื่องนี้มีอีกด้านที่ต้องพูดให้ครบ เพราะไม่งั้นจะดูเหมือนได้มาฟรีๆ ผลผลิตข้าวจากแปลงที่มีแผงโซลาร์อยู่ข้างบนลดลง 23% จาก 8.5 ตันต่อเฮกตาร์ เหลือ 6.5 ตันต่อเฮกตาร์ สาเหตุคือแผงบังแดดจนต้นข้าวโตน้อยลงและออกรวงน้อยลง และข่าวบอกว่าปีที่ฝนเยอะ ผลผลิตยิ่งลดหนัก
ถ้าคิดแบบชาวนาล้วนๆ ผลผลิตหายไปเกือบหนึ่งในสี่ ถือว่าไม่น้อยเลย แต่พอเอารายได้จากค่าไฟฟ้ามาบวกเข้าไป ตัวเลขรวมมันกลับสูงขึ้นแบบทิ้งห่างกันมาก นี่คือจุดที่ทำให้ผมคิดว่าการทำเกษตรแบบเดิมๆ อาจจะต้องเริ่มมองรายได้เป็นภาพรวมของทั้งแปลง ไม่ใช่มองแค่ผลผลิตของพืชอย่างเดียว
ไม่ใช่ทุกแปลงจะสวยแบบนี้
ญี่ปุ่นอนุมัติโครงการแบบนี้ไปแล้ว 6,137 จุด รวมพื้นที่ราว 1,361 เฮกตาร์ นับถึงสิ้นปีงบ 2023 ถือว่าไปไกลพอสมควรแล้ว แต่ข่าวบอกว่าในปีงบ 2023 ราว 24% ของโครงการเจอปัญหาด้านการทำเกษตร และปี 2026 รัฐบาลก็ออกเกณฑ์ใหม่ เช่น ถ้าผลผลิตพืชลดลงตั้งแต่ 20% ขึ้นไป หรือแผงสูงและถี่จนเครื่องจักรเข้าไม่ได้ ก็จะไม่อนุมัติ และเสนอให้แผงบังแสงไม่เกิน 30% สูงราว 3 เมตร
ตรงนี้ผมมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญพอๆ กับตัวเลขรายได้ที่สวยงาม เพราะมันบอกว่าการเอาสองอย่างมารวมกันบนที่เดียว ไม่ใช่แค่ติดแผงแล้วจบ ต้องคำนวณความสูง มุมแผง ระยะห่าง ให้พอดีกับพืชที่ปลูกจริงๆ ถ้าคิดผิดสัดส่วน ผลผลิตพืชอาจตกมากกว่าที่ควร จนรายได้รวมไม่ได้สวยอย่างที่หวัง
เยอรมนีมองมุมนี้ต่างออกไปนิดหนึ่ง
ที่เยอรมนีมีการวัดตัวเลขในอีกแบบหนึ่ง สถาบัน Fraunhofer ISE ทดลองที่แปลงของฟาร์ม Heggelbach ใกล้ทะเลสาบคอนสแตนซ์ ปลูกข้าวสาลี มันฝรั่ง ขึ้นฉ่ายฝรั่ง และหญ้าโคลเวอร์ใต้แผงโซลาร์ที่ยกสูง แล้วพบว่าใช้ที่ดินได้คุ้มขึ้นกว่า 60% เทียบกับแยกที่ปลูกพืชกับที่ติดโซลาร์ออกจากกัน พูดง่ายๆ คือที่ 1 ไร่ ให้ผลผลิตรวมเทียบเท่าที่ดินราว 1.6 ไร่ที่แยกกันทำ
ตัวเลขนี้บอกผมว่าที่ดินเดียวกัน ถ้าจัดสรรการใช้งานให้ดี มันสร้างผลผลิตได้มากกว่าการใช้แค่ทางเดียวจริงๆ ไม่ใช่แค่ในกรณีของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เห็นได้ในอีกฝั่งของโลกด้วย
จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด
สิ่งที่ผมได้จากเรื่องนี้ไม่ใช่ “ไปติดโซลาร์กันเถอะ” นะครับ เพราะนั่นมันง่ายเกินไปและไม่ตรงบริบทบ้านเรา แต่เป็นคำถามที่ผมเอามาถามตัวเองว่า รายได้ที่มั่นคงที่สุดของแปลงเรา มันต้องมาจากพืชที่เราปลูกเสมอไปหรือเปล่า
พืชขึ้นกับฝน กับโรค กับราคาตลาดที่ขึ้นลงทุกฤดู ปีไหนราคาดีก็ดีไป ปีไหนแล้งหรือน้ำท่วมก็เจ็บกันทั้งแปลง ผมว่ารายได้ทางที่สองที่ไม่ได้ผูกกับความเสี่ยงเดียวกับพืช คือสิ่งที่ทำให้แปลงมั่นคงขึ้น
คำถามที่ผมว่าสำคัญคือ ที่ดินผืนที่เรามีอยู่ ยังมีช่องทางสร้างรายได้อื่นซ่อนอยู่อีกไหม นอกจากพืชที่ปลูกอยู่ ผมว่าคำถามนี้สำคัญกว่าที่คิด
ถ้าเป็นบ้านเรา จะเอาไปใช้ยังไง
ผมไม่ได้บอกว่าต้องทำตามเป๊ะ เพราะกติกาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เกษตรกรรายย่อยหลายคนก็มีที่ดินไม่กี่ไร่ เงินทุนก็จำกัด การจะลงทุนติดแผงโซลาร์ขนาดใหญ่เหนือแปลงข้าวหรือแปลงผักคงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคนในตอนนี้
แต่หลักคิดที่ผมเอามาใช้ได้จริงคือ แปลงเดียวเก็บเงินได้มากกว่า 1 ทาง ใช้ได้กับเกือบทุกสวนบ้านเรา ไม่ต้องเป็นโซลาร์ก็ได้ อย่างสวนผลไม้ที่มีร่มเงา ก็เลี้ยงไก่หรือเลี้ยงผึ้งใต้ร่มได้ สวนที่มีพื้นที่ว่างบางส่วน ปลูกพืชแซมที่ไม่แย่งแสงกันมากก็เพิ่มรายได้ได้อีกทาง
หรือถ้าสวนอยู่ในทำเลที่คนเดินทางผ่าน อาจจะให้เช่าพื้นที่ ทำจุดพักรถ ทำที่พักเล็กๆ หรือแม้แต่เปิดสอนทำเกษตรให้คนที่สนใจก็เป็นรายได้อีกทางที่ไม่ต้องรอฤดูเก็บเกี่ยว จุดสำคัญคือลองสำรวจดูว่าที่ดินที่มีอยู่ตอนนี้ ใช้ประโยชน์เต็มที่แล้วหรือยัง หรือยังมีมุมที่ปล่อยว่างเปล่าไม่ได้สร้างรายได้อะไรเลย
ตัวเลขของเคสนี้
| รายได้รวมแปลงข้าว+โซลาร์ (แปลงทดลอง 6 ปี ญี่ปุ่น) | 18.7 ล้านเยน/เฮกตาร์/ปี (~$124,615) |
| รายได้แปลงเทียบที่ไม่มีแผง | 1.3 ล้านเยน/เฮกตาร์/ปี |
| ผลผลิตข้าวลดลง | 23% (จาก 8.5 เหลือ 6.5 ตัน/เฮกตาร์) |
| จุดที่ญี่ปุ่นอนุมัติแล้ว | 6,137 จุด รวม ~1,361 เฮกตาร์ (สิ้นปีงบ 2023) |
| โครงการที่เจอปัญหาด้านการเกษตร (ปีงบ 2023) | 24% |
| เกณฑ์ใหม่ญี่ปุ่นปี 2026 | ไม่อนุมัติถ้าผลผลิตพืชลดตั้งแต่ 20% |
| การใช้ที่ดินคุ้มขึ้น (Fraunhofer ISE, เยอรมนี) | มากกว่า 60% |
คำถามที่คนถามบ่อย
บ้านเราติดโซลาร์เหนือแปลงเกษตรแบบนี้ได้ไหม
ในทางเทคนิคทำได้ แต่กติกาการซื้อขายไฟฟ้าแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เรื่องนี้ต้องศึกษากฎระเบียบและการขออนุญาตให้ละเอียดก่อน ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคการติดตั้งอย่างเดียว
ทำไมข้าวใต้แผงโซลาร์ถึงได้ผลผลิตน้อยลง
เพราะแผงบังแสงแดดบางส่วนที่ต้นข้าวควรได้รับ ในแปลงทดลองที่ญี่ปุ่นผลผลิตลดลง 23% เมื่อเทียบกับแปลงปกติ และข่าวบอกว่าปีที่ฝนเยอะผลผลิตยิ่งลดหนัก
เกษตรกรรายย่อยบ้านเราลงทุนติดโซลาร์แบบนี้ไหวไหม
เคสในบทความนี้เป็นแปลงทดลองของนักวิจัย ข้อมูลที่ผมอ่านไม่ได้บอกต้นทุนติดตั้งไว้ สำหรับแปลงขนาดเล็กการลงทุนแบบนี้อาจยังเป็นเรื่องไกลตัว แนวคิดที่เอาไปใช้ได้จริงกว่าคือการหารายได้เสริมจากที่ดินที่มีอยู่ในรูปแบบอื่น
ถ้าไม่มีเงินติดโซลาร์ เอาแนวคิดจากเคสนี้ไปใช้ยังไงได้บ้าง
หัวใจของเคสนี้ไม่ใช่เรื่องโซลาร์ แต่เป็นเรื่องแปลงเดียวมีรายได้มากกว่า 1 ทาง ซึ่งทำได้หลายแบบตามทุนที่มี เช่น ปลูกพืชแซม เลี้ยงสัตว์ใต้ร่มเงา ให้เช่าพื้นที่ หรือเปิดสอนความรู้ที่สวนตัวเอง
ผมอ่านมาจากไหน
อ่านต่อในเว็บ
- ฉีดปุ๋ยทางใบ ลดต้นทุนได้จริงไหม ฉีดเวลาไหนดีที่สุด
- ตรวจดินเอง 3 วิธีด้วยมือ + ชุดตรวจ NPK ไม่ต้องส่งแล็บ
ตอนนี้แปลงของคุณมีรายได้กี่ทาง
เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน
เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ
ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

