ทักมาคุย
Oishii สตรอว์เบอร์รีในตึก เลือกขายแพงแทนขายถูก
เกษตร

Oishii สตรอว์เบอร์รีในตึก เลือกขายแพงแทนขายถูก

โดย Sharif Densumite 24 กันยายน 2026

มีฟาร์มปลูกสตรอว์เบอร์รีในตึกที่อเมริกาชื่อ Oishii ระดมทุนไปแล้วรวม 370 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้ขายอยู่ 18 รัฐ แล้วเพิ่งข้ามไปเปิดตลาดต่างประเทศแรกที่โตรอนโตเมื่อต้นปีนี้ ที่ผมสะดุดไม่ใช่ตัวเงินก้อนใหญ่ แต่เป็นวิธีคิดที่เขาบอกว่า พิสูจน์การผลิตกับต้นทุนต่อหน่วยให้ผ่านก่อน แล้วค่อยไล่ยอดขาย

Oishii คือใคร ทำอะไรอยู่

ผมไปอ่านเจอเรื่อง Oishii ฟาร์มปลูกสตรอว์เบอร์รีในตึกที่อเมริกา ตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2016 ผ่านมาเกือบสิบปี เขายังอยู่ได้ และไม่ใช่แค่อยู่ได้เฉยๆ แต่ขยายไปขายอยู่ถึง 18 รัฐในอเมริกา

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือเรื่องเงิน เขาระดมทุนรวมกันไปแล้วถึง 370 ล้านดอลลาร์ แค่รอบระดมทุนรอบใหญ่รอบเดียวก็ได้มา 150 ล้านดอลลาร์ในการปิดรอบแรก นี่คือเงินระดับที่นักลงทุนต้องเชื่อจริงๆ ถึงจะยอมใส่เข้ามาขนาดนี้ในธุรกิจที่ปลูกผลไม้ในโรงงาน

แล้วล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เขาก็ข้ามไปเปิดตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่โตรอนโต แคนาดา นี่คือก้าวที่บอกว่ารูปแบบธุรกิจของเขาเริ่มพิสูจน์ตัวเองในบ้านตัวเองได้แล้ว ถึงกล้าออกไปข้างนอก

ทำไมฟาร์มในตึกเจ้าอื่นถึงล้มกันเป็นแถว

ผมอ่านต่อแล้วถึงเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงน่าเล่า เพราะวงการฟาร์มแนวตั้งมีเจ้าดังล้มไปหลายเจ้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข่าวที่ผมอ่านเขียนไว้ว่า หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่การสร้างโมเดลธุรกิจให้อยู่รอดได้ในระบบเกษตรที่ซับซ้อนขนาดนี้

ข่าวเขียนต่อว่า หลายเจ้าเริ่มจากปลูกผักสลัด แล้วขยายเร็วเกินไป ก่อนจะพิสูจน์ได้ว่าธุรกิจมันเลี้ยงตัวเองได้จริง และหลายเจ้าก็ระดมทุนต่อไม่ได้ เพราะพิสูจน์ตัวเลขต้นทุนต่อหน่วยให้นักลงทุนเชื่อไม่ได้

พูดง่ายๆ คือปลูกเป็นอย่างเดียวไม่พอ ถ้าตัวเลขต้นทุนกับราคาขายยังไม่ผ่าน ขยายไปเท่าไหร่ก็ไม่ช่วย นี่คือกับดักที่ผมว่าฟาร์มแนวตั้งหลายเจ้าเดินเข้าไป

ทางที่ Oishii เลือกเดิน — ไม่ไล่ยอดขาย ไล่ให้ต้นทุนผ่านก่อน

Oishii เลือกอีกทาง เขาบอกว่าตัดสินใจโฟกัสที่สตรอว์เบอร์รีพรีเมียม ซึ่งเป็นผลไม้ที่คนยอมจ่ายแพงกว่าปกติอยู่แล้ว

จุดที่ผมว่าสำคัญที่สุดคือ เขาบอกว่าเลือกพิสูจน์การผลิตและต้นทุนต่อหน่วยให้ผ่านก่อน แล้วค่อยไล่ยอดขาย และการตัดสินใจขยายก็ไม่ได้ดูแค่ยอดขายอย่างเดียว แต่ดูต้นทุนต่อหน่วย ความสม่ำเสมอของการผลิต ความต้องการของลูกค้า และความมั่นใจของร้านค้าไปพร้อมกัน

เขาตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2016 วันนี้ขายอยู่ 18 รัฐ แล้วเพิ่งออกไปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้เอง ไม่ได้รีบบุกทุกตลาดตั้งแต่ปีแรกๆ

จุดที่ทำให้ผมหยุดคิด

ตรงนี้แหละที่ผมอ่านแล้วต้องหยุดคิดอยู่นาน เพราะเวลาคนเราจะเริ่มทำเกษตรเป็นธุรกิจ คำถามแรกที่มักถามตัวเองคือ “ปลูกอะไรง่ายที่สุด” หรือ “ปลูกอะไรที่คนอื่นทำแล้วสำเร็จ”

แต่คำถามที่ Oishii สอนผมคือ “ปลูกอะไรแล้วคนยอมจ่ายแพงกว่าชาวบ้าน” เพราะของที่ปลูกง่าย มีคนทำเยอะ พอมีคนทำเยอะ ราคาก็ลง แล้วสุดท้ายเราก็กลับไปอยู่ในสนามที่แข่งกันด้วยราคาถูกเหมือนเดิม

อีกข้อที่ผมจำไว้เลยคือ อย่าเพิ่งขยายจนกว่ารอบเล็กๆ จะมีกำไรจริง เพราะถ้าฐานยังไม่แน่น ทำเยอะขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกลงเองเสมอไป อาจแค่ขาดทุนเร็วขึ้นเท่านั้น

Oishii ใช้เวลาเป็นสิบปีถึงจะกล้าออกไปตลาดต่างประเทศ นี่ไม่ใช่ความช้า แต่เป็นความรอบคอบที่ทำให้เขายังอยู่ได้ ในขณะที่ฟาร์มแนวตั้งเจ้าอื่นล้มไปหลายเจ้าแล้ว

ถ้าเป็นบ้านเราจะเอาไปใช้ยังไง

สวนเกษตรบ้านเราส่วนใหญ่ไม่ได้มีเงินทุนระดับร้อยล้านดอลลาร์แบบ Oishii แน่นอน แต่หลักคิดเรื่อง “เลือกของที่คนยอมจ่ายแพง แทนของที่ปลูกง่าย” เอามาใช้ได้กับสวนขนาดเล็กเหมือนกัน

ผมว่าเกษตรกรหลายคนมักเริ่มจากถามว่าปลูกอะไรขายได้แน่ๆ ปลูกอะไรที่ตลาดรับซื้อแน่นอน ซึ่งคำตอบมักวนกลับไปที่พืชเศรษฐกิจหลักที่คนปลูกกันทั้งอำเภอ พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวพร้อมกัน ราคาก็ตกพร้อมกัน

สิ่งที่น่าลองคิดคือ ในพื้นที่ของเรามีของอะไรบ้างที่คนในพื้นที่ใกล้เคียงไม่ค่อยมีคนปลูก หรือปลูกได้แต่คุณภาพไม่สม่ำเสมอ แล้วเราทำให้มันดีกว่าจนคนยอมจ่ายแพงกว่าราคาตลาดทั่วไปได้

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ก่อนจะขยายแปลง ขยายโรงเรือน ลองเช็คก่อนว่ารอบเล็กๆ ที่ทำอยู่ตอนนี้ ต้นทุนที่ลงไปกับราคาที่ขายได้มันพอกันหรือยัง ถ้ายังไม่พอ ขยายไปก็มีแต่จะขาดทุนเร็วขึ้น

เรื่องเงินทุนที่คนไทยควรมองต่าง

ตัวเลข 370 ล้านดอลลาร์ที่ Oishii ระดมได้ เป็นเรื่องของตลาดทุนอเมริกาที่ต่างจากบ้านเราคนละโลก เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ไม่มีทางเข้าถึงเงินก้อนขนาดนี้ และก็ไม่จำเป็นต้องมี เพราะขนาดธุรกิจที่เราทำอยู่ไม่ได้ใหญ่ระดับเดียวกัน

สิ่งที่เอามาใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นจังหวะการตัดสินใจ Oishii บอกว่าพิสูจน์ต้นทุนต่อหน่วยให้ผ่านก่อน แล้วค่อยขยาย กว่าจะถึง 18 รัฐก็ใช้เวลาหลายปี

สวนเล็กๆ บ้านเราก็ทำแบบนี้ได้ ไม่ต้องรอเงินทุนก้อนใหญ่ ทดลองปลูกในพื้นที่เล็ก เช็คว่าราคาขายกับต้นทุนที่ลงไปมันคุ้มกันจริงไหม พอมั่นใจแล้วค่อยขยายพื้นที่ ไม่ใช่ขยายก่อนแล้วค่อยมาแก้ปัญหาทีหลัง

ตัวเลขของเคสนี้

ปีที่ก่อตั้ง2016
เงินระดมทุนรวม370 ล้านดอลลาร์
รอบระดมทุนรอบใหญ่ (ปิดรอบแรก)150 ล้านดอลลาร์
ขายอยู่ในอเมริกา18 รัฐ
ตลาดต่างประเทศแรกโตรอนโต แคนาดา (ก.พ. 2026)

คำถามที่คนถามบ่อย

Oishii ปลูกอะไรขาย

ปลูกสตรอว์เบอร์รีพรีเมียมในฟาร์มแนวตั้งในตึก เขาบอกว่าตั้งใจโฟกัสที่ผลไม้พรีเมียมที่คนยอมจ่ายแพง

ทำไมฟาร์มแนวตั้งเจ้าอื่นถึงล้มแต่ Oishii ไม่ล้ม

ข่าวที่ผมอ่านเขียนว่า หลายเจ้าเริ่มจากผักสลัดแล้วขยายเร็วเกินไป ก่อนจะพิสูจน์ได้ว่าโมเดลธุรกิจอยู่รอดได้ ส่วน Oishii เลือกของพรีเมียม และบอกว่าพิสูจน์ต้นทุนต่อหน่วยให้ผ่านก่อนค่อยไล่ยอดขาย

เกษตรกรไทยเอาแนวคิดนี้ไปใช้ได้จริงไหม

ได้ในแง่หลักคิด ไม่ใช่ในแง่ขนาดเงินทุน คือเลือกปลูกของที่คนยอมจ่ายแพงกว่าตลาดทั่วไป และอย่าขยายแปลงจนกว่าจะเช็คแล้วว่ารอบเล็กๆ ต้นทุนกับราคาขายมันพอกัน

ต้องมีเงินทุนเยอะแบบ Oishii ถึงจะทำได้ไหม

ไม่จำเป็น หลักที่เอามาใช้ได้คือจังหวะการตัดสินใจ ทดลองในพื้นที่เล็กก่อน เช็คว่าคุ้มทุนจริงไหม แล้วค่อยขยายทีละก้าวเหมือนที่ Oishii ทำ

ผมอ่านมาจากไหน

อ่านต่อในเว็บ

ในพื้นที่ของคุณ มีของอะไรบ้างที่คนยอมจ่ายแพงกว่าราคาตลาดทั่วไป

เล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยครับ ผมอ่านทุกอัน

เกษตรที่อยู่รอด ไม่ได้ชนะเพราะปลูกเก่งกว่า — แต่ชนะเพราะคิดเป็นธุรกิจ

ผมเก็บเคสเกษตรทำเงินจากทั่วโลกมาเล่าวันละเรื่อง ตามอ่านได้ที่เพจ เกษตรหัวใจธุรกิจ ส่วนแปลงที่ผมลงมือทำเองอยู่ ดูได้ที่ ช่องสาระรีฟ ครับ

ทำแปลงอยู่เหมือนกัน คุยกันได้

แปลงนี้ผมลงมือทำเองทุกขั้นแล้วจดไว้ทุกรอบ ใครติดตรงไหนอยู่ หรืออยากรู้ว่าผมใช้อะไรบ้าง ทักมาถามได้เลยครับ ผมตอบเอง

ทักมาคุยเรื่องแปลง

อ่านต่อเรื่องนี้